…7 เพลงขยะ ที่ไม่ควรถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล…

เดี๊ยนว่าทุกวันนี้ บางครั้งศิลปินก็ดูเหมือนจะสร้างสรรค์เพลงดีๆออกมามากมาย แต่ในขณะเดียวกัน เพลงต่างๆเหล่านั้น ก็มักจะมีบางเพลงที่แทบไม่เข้าหูเลย หนำซ้ำยังถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลราวกับว่าเพลงมันดีนักดีหนาซะอีกค่ะ วันนี้ เดี๊ยนเลยขอเอาความเห็นส่วนตัวทั้งหมด ในการนำเสนอ 7 เพลงขยะ ที่แค่คิดว่าจะตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลก็ผิดแล้ว มาฝากค่ะ

beyonce-britney-spears-katy-perry-lady-gaga-movie-rihanna-Favim.com-39582_large

7 เพลงขยะ ที่ไม่ควรถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล

อันดับ 7: Beyonce – Party

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ศิลปินอย่าง Beyonce ได้รับการขนานนามให้เป็นอีก 1 ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่และน่าจับตามองที่สุดในยุคนี้เลยก็ว่าได้ แต่ในขณะเดียวกัน นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ผลงานทั้งหมด จะออกมาแบบเป๊ะเว่อร์แบบไม่มีที่ติ โดยเฉพาะกับอัลบั้มที่ผ่านมาอย่าง 4 ที่ดูเหมือนจะพลาดในการเลือกเฟ้นเพลง มาใช้เป็นซิงเกิ้ลค่ะ และแน่นอนว่าซิงเกิ้ลที่พูดถึงนี้คงเป็น Party เพลงที่เธอได้ร่วมมือกับ Andre 3000 และ J. Cole ที่แม้ตัวเพลง จะมีความเป็น Urban มาก และเข้ากับสไตล์อินสไปเรชั่นย้อนยุคของอัลบั้มโดยรวมก็จริงอยู่ แต่สุดท้ายมันกลับตอบโจทย์ได้เพียงชั่วข้ามคืนและประเดี๋ยวประด๋าว ไม่ได้มีความฮิตเปรี้ยงปร้าง ในขณะที่เพลงก็ดูฟังไม่ติดหูเอาเสียเลย เสียงของเธอยังแอบไม่เข้ากับดนตรี ที่เธออาจจะคิดว่ามันเพอร์เฟคแล้ว หนำซ้ำสไตล์การร้องของเธอ กลับถูกลดความโดดเด่นจนกลายเป็นเหมือนกับการจับเอาท่อนที่เธอไปร้องไว้ในเพลงของศิลปินคนอื่น มารีไซเคิลใหม่อีกครั้งในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ก่อนจับรวมกันเป็นก้อนๆ แล้วนำมายัดลงในอัลบั้มของเธออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงค่ะ

_______________________________________________________________________

อันดับ 6: Britney Spears – I Wanna Go

ส่วนอันดับ 6 เดี๊ยนคงต้องแอบยกให้เป็นของ Britney Spears นักร้องสาวลูกสองที่ดันไปพลาดในการหยิบยกเอาเพลง I Wanna Go ตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลที่ 3 สำหรับโปรโมทอัลบั้ม Femme Fatale ของตัวเอง ซึ่งความจริงแล้ว ตัวเพลงแทบไม่มีอะไรเลย นอกจากความสดใส กะโหลกกะลา กระโดดเต้นแร้งเต้นการาวกับสาวแรกรุ่น ทั้งที่ความจริงวัยของเธอก็ล่วงเลยไปเสียแล้ว นอกจากนี้ I Wanna Go ยังไม่อาจตอบโจทย์ในคอนเซ็ปท์ดั้งเดิมของความเป็น Femme Fatale ได้ชัดเจนมากนัก อีกทั้งยังมีเพลงอื่นๆที่เหมาะสมกับการขึ้นแท่นซิงเกิ้ลติดหูไม่ว่าจะเป็น Big Fat Bass, (Drop Dead) Beautiful รวมไปถึงเพลงที่ซ่อนความร่านเงียบอย่าง He About To Lose Me และ Selfish ที่น่าจะถูกใช้เป็นตัวเลือกแรกๆซะมากกว่า เพราะถ้าหากเพลงเหล่านี้ ถูกนำมามิกซ์ใหม่ก่อนตัดเป็น Radio Edit โดยโปรดิวเซอร์ฝีมือดีๆซักคน แน่นอนว่า ไม่ว่าจะซ่องไหนก็คงต้องเตรียมเสาไว้ให้ได้จับเต้นรูดไปรูดมาด้วยท่าสุดเย้ายวนใจชายเป็นอย่างแน่แท้ค่ะ

_______________________________________________________________________

อันดับ 5: Lady GaGa – Marry The Night

แม้ส่วนตัวจะค่อนข้างปลื้มกับความหมายของเพลง Marry The Night พอตัว แต่สำหรับเดี๊ยนแล้ว วินาทีนี้ เดี๊ยนคงต้องบอกว่า มันช่างไม่เหมาะเจาะเสียนี่กระไรที่จะตัดเอาเพลงจังหวะรัวระทึกราวกับเอาวงมโหรี มาปิดงานเลี้ยงร่ำลานะคะ พูดไปก็เหมือนจะ 2 จิต 2 ใจ แต่จริงๆแล้ว แอบปลื้มและลุ้นให้ Lady GaGa ตัดเพลงหากินตามงานวัดอย่าง Hair ออกมาเป็นซิงเกิ้ลที่มี Music Video ชัดเจนมากกว่า ซึ่งเมื่อเทียบกับ Marry The Night แล้ว Hair ยังดูเหนือชั้นและมีความหมายที่กินใจ เหมาะสำหรับคนส่วนรวมมากกว่า เพลงสุดแสนยืดยาวที่ถูกยัดเยียดให้ผู้ฟังต้องฟังจนจบ หนำซ้ำวิดีโอ ก็สุดแสนจะยาวย้วยเยิ่นเย้อราวกับนำเสนออีปิค ดูจบครั้งเดียวก็รู้สึกว่าเกินพอ ไม่ขอดูรูตูดกาก้า และความบ้าระห่ำของเธอซ้ำไปซ้ำมา ตามแบบฉบับดราม่าน้ำเน่าบอกเล่าเรื่องราวของสาวหากินริมฟุตบาทจนมาถึงสาวน้อยที่มีรายได้ถล่มทะลายเฉกเช่นปัจจุบัน และแน่นอนค่ะ เดี๊ยนเชื่อว่าหลายคนคงดูแค่ครั้งเดียวก็อ๊วกแตกอ๊วกแตนแล้ว อีกใจหนึ่ง เดี๊ยนเองก็แอบอยากให้ตัด Scheiße ออกมาเป็นซิงเกิ้ล ที่มีจังหวะสนุกๆ เร้าใจให้เหล่าบรรดาสาวกได้แดนซ์กันจนวิกหลุด เมคอัพเยิ้ม ก่อนร้องเพลง Hair ฉบับอคูสติคสวยๆให้ได้โบกมือลากันราวงานเลี้ยงจบ เป็นขวัญกำลังใจที่ดีให้กับบรรดาเก้งกวางบ่างชะนีที่กำลังท้อแท้ มากกว่าการปิดท้ายตุ้นๆด้วย Marry The Night ราวกับคนขี้เกียจโปรโมทต่อซะงั้นค่ะ

_______________________________________________________________________

อันดับ 4 … Nicki Minaj – I Am Your Leader

ทุกวันนี้ Nicki Minaj ถือว่าเป็นแรปเปอร์หญิงแห่งยุคที่ใครๆต่างก็ต้องซูฮกให้กับความสามารถและสไตล์อันเป็นตัวของตัวเอง แต่กระนั้น การเลือกเพลงเพื่อตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ล โดยเฉพาะ I Am Your Leader ก็ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยเข้ากับบั้นท้ายขนาดยักษ์ของตัวนางเองเลยแม้แต่น้อย เพลงในอัลบั้ม Pink Friday: Roman Reloaded ถือว่ามีหลากหลายเพลงที่เหมาะแก่การหยิบมาใช้เป็นซิงเกิ้ลอย่างยิ่ง แต่กับ I Am Your Leader แล้ว ถือเป็นข้อยกเว้น และมันคือการเลือกแบบส่งเดช เลือกราวกับใช้หัวนมคิด เพราะตัวเพลงแทบไม่มีความโดดเด่น ไม่ติดหู ไม่น่าขึ้นชาร์ต และแม้แต่แฟนเพลงก็ยังแทบไม่พูดถึงเลยแม้แต่น้อย แถมความน่าเอียนยังอยู่ที่ความน่าเบื่อของดนตรีที่เรียบจนเกินไป กระแสของเพลงโผล่มาวูบเดียวในช่วงที่ Music Video ถูกปล่อยออกมา แต่ในที่สุดก็กลับดับมืดบอดสนิทราวกับไฟดับทั้งเมือง ไร้ซึ่งแสงสว่าง ตูดกับหน้าอกหน้าใจใหญ่ระทึก ดันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นค่ะ ส่วนเรื่องของ MV เดี๊ยนกลับคิดว่ามันเป็นอะไรที่เฉยๆมาก ตัดต่อได้แย่ราวกับการ “คัต-ชน” แบบกระจอกๆ ไม่ลงทุนอะไรมากมาย ดังนั้น ถ้าหากว่า Nicki จะเปลี่ยนจากการโหมยกตูดประเคนเพลงดังกล่าว ไปจัดเต็มกับเพลง Va Va Voom ให้ออกมาไม่เหมือนกับเบื้องหลังการถ่ายแบบแล้วล่ะก็ มันน่าจะออกมาดีกว่านี้เยอะมากค่ะ อ่อ..ลืมบอก ว่าการเอาภาพจาก I Am Your Leader มาใช้เป็นน่าปกอัลบั้ม The Re-Up ถือเป็นเรื่องสิ้นคิดอย่างยิ่ง เพราะวินาทีแรกที่เห็น เดี๊ยนคิดว่าหน้าปก Fan-Made ค่ะ

_______________________________________________________________________

อันดับ 3 … Selena Gomez – Come & Get It

ส่วน 3 อันดับต้นนี้ เดี๊ยนขออิงกระแสเพลงใหม่ๆบ้างแล้วกันนะคะ เริ่มที่อันดับ 3 กับเพลง Come & Get It ซิงเกิ้ลเปิดตัวจากอัลบั้ม Stars Dance ของสาวน้อย Selena Gomez ที่แม้ความจริงจะมีอยู่ว่า เพลงแอบเข้ากับคอนเซ็ปอัลบั้ม มีความแตกต่าง และติดหูในระดับกลางๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า นี่จะเป็นตัวเลือกที่ดีมากพอที่จะนำมาใช้ในการสร้างจุดขายให้กับอัลบั้มของเธอ เพราะโดยรวมแล้ว อัลบั้มนี้มีเพลงอื่นๆอีกมากมายที่น่าสนใจ และเหมาะกับการนำมาเปิดอัลบั้มแบบสวยๆมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงจังหวะสนุกๆตื้ดๆอย่าง Save The Day ไปจนถึงเพลง Like A Champion ที่ดูเหนือชั้นอยู่หลายต่อหลายขุม ในส่วนของ Music Video ภาพรวม เรียกได้ว่าสวย ดูแล้วแอบเจริญหูเจริญตา แม้บางฉากจะคล้ายกับฉากเดิมๆใน Music Video เก่าๆของเธออยู่บ้าง แต่ความผิดพลาด ดูเหมือนจะอยู่ที่การ Movement และการโยกย้ายของสาวเจ้า ที่ดูไม่ค่อยจะอินกับเพลงมากนัก หนำซ้ำยังเหมือนกับเด็กหัดเต้นเพลงสไตล์ Bollywood ที่มาแบบเกร็งๆราวกลัวเต้นผิด ในขณะที่ส่วนของการนำไปแสดง ณ เวทีต่างๆ เดี๊ยนกลับรู้สึกว่า Come & Get It ยิ่งดูดับดับสนิท น่าเอือมระอา และไม่ถือเป็นการแจ้งเกิดเลย เพราะว่าเพลงนี้ มันดันไปเหมาะกับการตัดสั้นๆ เป็น Interlude ของอัลบั้มหรือเพลงสำหรับใช้แสดง ที่ไม่มีความจำเป็นต้องเอามาร้องทั้งเพลงก็ได้ค่ะ

_______________________________________________________________________

อันดับ 2 … Demi Lovato – Heart Attack

ใจจริงแล้ว เดี๊ยนแทบไม่อยากจะพูดถึงเพลงนี้สักเท่าไร กับเพลง Heart Attack ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้ม DEMI ของสาวอวบ Demi Lovato ที่เดี๊ยนบอกได้คำเดียวว่าฟังแล้วเหนื่อยที่สุดใน 13 ยมโลก เพราะว่าเสียงของเธอเหมาะกับเพลง Pop บริสุทธ์ ที่ไม่ผ่านการสังเคราะห์ด้วยกระบวนการออโต้จูนและเทคนิคแพรวพราวจนเสียความเป็น Demi ฉบับดั้งเดิมไป อีกนัยหนึ่ง เดี๊ยนยิ่งเกลี๊ยดเกลียดเข้าไปใหญ่ ก็ตรงที่ว่า สาว Demi เธอเคยบอกว่า เธอจะรักษาความเป็น Pure Pop เอาไว้เฉกเช่นเดียวกับอัลบั้มก่อน ซึ่งกลายเป็นว่า นางกลับกลืนน้ำลายตัวเอง ทำลายหัวใจของเดี๊ยนด้วยเสียงประหลาด แหกปาก และ ตะคอกไปมาราวกับอยู่ในคอนเสิร์ตของนักดนตรีร๊อคแบบบ้านๆ ที่ร้องในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดเลยแม้แต่น้อย..(เอ๊ะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าจังหวะประมาณนี้น่าจะเหมาะกับ Avril Lavigne มากกว่านะ) เดี๊ยนพอจะเข้าใจว่า Demi อาจจะเพียงต้องการสร้างความตื่นเต้นและความแตกต่างให้กับบรรดาแฟนเพลง แต่สำหรับเดี๊ยนเอง ถ้าหากว่านังอวบเธอจะใช้ Really Don’t Care ที่ร้องเอาไว้กับสาวเสียงแหลม Cher Lloyd เดี๊ยนบอกได้เลย ว่ามันน่าจะออกมาเปรี้ยงปร้างและตูมตามตลาดเพลงแตกมากกว่านี้ค่ะ และเมื่อพูดถึง Music Video เดี๊ยนงงว่าสาว Demi เธอจะเล่นกับน้ำมันเครื่องเพื่ออะไร เพราะภาพที่ออกมา มันแอบดูสกปรก ไม่ได้ดูดีเหมือน Shakira ใน La Tortula เลยสักกะนิด แถมอีช่วงที่เธอพยายามแสดงออกด้วยลุคส์สาวร๊อค จะบอกว่า Kelly Clarkson ก็น่าจะทำได้ดีกว่ามากมายค่ะ

_______________________________________________________________________

อันดับ 1: Rihanna – What Now

แม้ว่าความจริงแล้ว เพลง What Now จะยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการ ว่าจะถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิ้ลต่อไปสำหรับใช้ในการโปรโมทอัลบั้ม Unapologetic ของคุณนาย Rihanna ก็ตาม แต่เท่าที่กระแสออกมาตอนนี้ เดี๊ยนคิดว่า อัลบั้มล่าสุดนี้ถือเป็นอัลบั้มที่รวมเอาเพลงขยะมากมายที่ฟังแล้วไม่เสนาะหูเอาเสียเลย ยกเว้นเพลง Stay, Diamonds และ Nobody’s Business ที่เดี๊ยนชอบเว่อร์ ส่วนเพลงอื่นฟังแล้วปวดหัวเสียแทบทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน What Now เป็นเพลงที่จังหวะเริ่มต้นดูเหมือนจะเวิร์คและพาให้ความรู้สึกฉ่ำไปได้ยันจบเพลงเฉกเช่นเดียวกับ Stay แต่ที่ไหนได้ ดันตกม้าตายตอนท่อนฮุค ที่ดูเหมือน Rihanna จะสะกดคำว่า “พอดี” ไม่เป็นเลยเสียทีเดียว นอกจากนี้ในอัลบั้มนี้ยังมีเพลงที่น่าสนใจ แต่กลับมองไม่เห็น (เช่นเดียวกับดั้งและนมของเธอ) ไม่ว่าจะเป็น Nobody’s Business, Get It Over Me และ Half Of Me ที่มีความเก๋ไก๋อยู่ในตัวมากกว่าเพลงที่เน้นดนตรีแนว Techno Dubstep ค่ะ อัลบั้ม Unapologetic เรียกได้ว่ามีการร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ฝีมือดีมากมาย แต่เพลงโดยรวมออกมาแล้วเหมือนต้มจับฉ่ายเละๆ ที่ไม่ได้สร้างความจรรโลงลิ้นจรรโลงหูให้กับผู้รับสารเลยแม้แต่น้อยนิด เมื่อเทียบกับอัลบั้มก่อนๆอย่าง Good Girl Gone Bad, LOUD และ Talk That Talk ที่ออกมาดีกว่าอยู่หลายต่อหลายขุม โดยเฉพาะ LOUD ซึ่งตัวเดี๊ยนเองขอยกย่องให้เป็นอัลบั้มที่เป็นที่สุดของ Rihanna เลยล่ะค่ะ

By… We Are Divas (Movie And Music Update)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s