…ปล่อยข้อมูลฉบับเต็มของหนังเขย่าขวัญ You’re Next…

เรื่องย่อ

You're Next

You’re Next

You’re Next คือความหวาดผวาขั้นสุดว่าด้วยความสยองขวัญที่มาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน เรื่องราวของครอบครัวเดวิสันที่ร่ำรวยพอๆ กับโดดเดี่ยว ออเบรย์และพอล เดวิสันจึงจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบวันแต่งงานโดยเชิญสมาชิกครอบครัวมารวมตัวกันที่คฤหาสน์หลังเก่าอันห่างไกลผู้คน

ดูเหมือนการกลับมาคืนดีกันของพี่น้องจะเป็นไปอย่างไม่ค่อยสวย แต่แล้วสิ่งที่ครอบครัวเดวิสันไม่เคยคิดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มคนร้ายสวมหน้ากากสัตว์บุกเข้ามาไล่ฆ่าพวกเขาถึงในบ้าน พวกเขาไม่รู้ว่าคนร้ายเหล่านี้เป็นใคร ทำร้ายพวกเขาทำไม และพวกมันอยู่ข้างในบ้านหรือข้างนอกบ้าน สิ่งเดียวที่พวกเขารู้คือไม่มีใครสักคนที่ปลอดภัย

ความสะพรึงครั้งนองเลือดนี้นำแสดงโดย ชาร์นี่ วินสัน, นโคลัส ทุชชี่, เวนดี้ เกลน, เอเจ โบเว่น, โจ สวอนเบิร์ก, มากาเร็ต เลนี่, เอมี่ ไซเม็ตซ์, ที เวสต์ และร็อบ โมแรน ร่วมด้วยราชินีหนังหวีด บาร์บาร่า แครมพ์ตัน (Re-Animator) ที่กลับคืนจอหลังห่างหายไปถึง 7 ปี ในบทออเบรย์ เดวิสัน นี่คือการกลับมาร่วมงานกันของทีมเบื้องหลังหนังฆาตกรรมต่อเนื่องเรื่อง A Horrible Way to Die รวมถึงผู้กำกับ/มือตัดต่อ อดัม วินการ์ด และมือเขียนบท/อำนวยการสร้าง ไซม่อน บาเร็ตต์ ด้วย

เกี่ยวกับการสร้าง

You're Next

You’re Next

ระหว่างการตัดต่อภาพยนตร์ระทึกขวัญว่าด้วยการฆาตกรรมต่อเนื่องเรื่อง A Horrible Way to Die ผู้กำกับ อดัม วินการ์ด ก็ได้ไอเดียหนังเรื่องใหม่นั่นก็คือ You’re Next “ผมกำลังตัดต่อหนังอยู่ที่บ้านในอลาบาม่าซึ่งอยู่กลางทุ่ง” วินการ์ดเล่า “คุณรู้สึกได้ถึงความโดดเดี่ยวและเริ่มหวาดระแวงว่าจะมีใครบุกเข้ามาในบ้าน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นตำรวจคงพึ่งไม่ได้เพราะคงใช้เวลานานกว่าจะเดินทางมาถึง คุณจึงต้องพึ่งตัวเอง ซึ่งความน่ากลัวอยู่ตรงที่คุณต้องยอมรับความรับผิดชอบนั้น

วินการ์ด ชอบหนังระทึกขวัญประเภทคนถูกบุกรุกบ้านซึ่งหลายคนมองว่าฉีกแนว เช่น Scream และ The Strangers และหนังฝรั่งเศสเรื่องโปรด Inside และ Them “ผมเริ่มคิดได้ว่าหนังเรื่องสุดท้ายที่ดูแล้วรู้สึกสนุกมากคือหนังประเภทคนถูกบุกรุกบ้าน” เขากล่าว “และเมื่อผมดูเรื่อง Scream ที่เอามาฉายซ้ำทางทีวี ผมก็นึกได้ว่าผมชอบฉากเปิดมากและมันเป็นหนังที่โครงสร้างดี น่ากลัว และดูสนุก” เมื่อจับคู่หนังที่ตัวเองชอบดูกับความเป็นจริง วินการ์ดก็ได้ข้อสรุปว่า “สิ่งเดียวที่ทำให้ผมกลัวได้ก็คือการที่ใครบางคนบุกเข้ามาในบ้านคุณ” และเขาก็เริ่มคิดจะทำหนังแนวบุกรุกบ้านของตัวเอง

เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาก็ไปคุยกับมือเขียนบท ไซม่อน บาร์เร็ตต์ ที่เคยร่วมงานกันใน A Horrible Ways to Die “มันเป็นการจับคูที่ยอดเยี่ยมเพราะเวลาที่ผมกับไซม่อนทำงานเราจะมานั่งคุยกันว่า “อะไรคือนิยามของหนังแนวบุกรุกล้าน” และที่สำคัญคือ “เราไม่ชอบอะไรเกี่ยวกับหนังแนวบุกรุกบ้าน” วินการ์ดอธิบาย

“ผมสนุกที่ได้กลัวและสะดุ้งตกเก้าอี้ และโกรธหนังเรื่องนั้นที่เอาผมอยู่” เขาเล่า “ผมอยากทำแบบนั้นบ้างกับ You’re Next” บาร์เร็ตต์เข้ามาร่วมโปรเจ็คต์และสร้างสรรค์เรื่องราวที่น่ากลัวและตึงเครียด แต่เขาต้องการให้เรื่องราวดูน่าประหลาดใจด้วย “ในฐานะผู้เขียนบท เขาเบื่อที่เห็นคนถูกผูกไว้กับเก้าอี้และทรมาน เราได้ดูหนังหลายเรื่องและได้รู้ว่าสถานการณ์การถูกบุกรกบ้านนั้นมันน่ากลัวและทรมานแค่ไหน  ซึ่งไซม่อนต้องการเล่าเรื่องที่แตกต่าง

You're Next

You’re Next

บาร์เร็ตต์เข้าร่วมโปรเจ็คต์เพราะแรงบันดาลใจจากวินการ์ด เขาสองคนร่วมงานกันมานาน หนึ่งในนั้นคือการแสดงใน Tape 56 ตอนหนึ่งของผลงานรวมเรื่องสยองขวัญ V/H/S (วินการ์ดกำกับและบาร์เร็ตต์เขียนบท) หนึ่งปีต่อมา พวกเขาได้กำกับและอำนวยการสร้างหลายตอนของ V/H/S 2  (วินการ์ดแสดงด้วย ส่วนบาร์เร็ตต์ช่วยเขียนบท) “สิ่งหนึ่งที่คนไม่รู้เกี่ยวกับการทำงานของผมกับอดัมก็คืออดัมไม่รู้หรอกว่าผมกำลังเขียนอะไรจนกว่าผมจะเขียนเสร็จจนพอใจแล้ว เขาไม่รู้หรอกว่าโทนหนังหรือโครงสร้างของหนังเป็นยังไง ทำแบบนี้พอได้อ่านบทจริงๆ เขาจึงเหมือนคนดูคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้อะไรมาก่อน

ต่อมาอีกเดือนครึ่ง พวกเขาก็คุยกันถึงคอนเส็ปต์แรก บาร์เร็ตต์กลับมาหาวินการ์ดพร้อมบทร่างแรกของ You’re Next หนังระทึกขวัญแนวบุกรุกบ้านอย่างที่วินการ์ดจินตนาการแต่มีการหักมุมซึ่งสำคัญสำหรับบาร์เร็ตต์ “มันต่างจากที่ผมคาด” วินการ์ดเล่า “แต่นั่นไม่ใช่ไม่ดีนะ ผมตื่นเต้นที่บทหนังท้าทายผมและพาผมไปอีกทางหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว”

แผนของทีมผู้สร้างในการที่จะเสริมพลังความระทึกให้กับหนังคือบรรดาอาวุธที่กลุ่มคนร้ายสวมหน้ากากใช้โจมตี “มันคือการใช้อุปกรณ์ที่มีกันทุกบ้าน แต่นำเสนอในแนวทางใหม่” เขากล่าว “ผมจำได้ว่าโตมาในบ้านของแม่ที่มีเครื่องทุบเนื้อ มันเป็นเครื่องมือลักษณะเหมือนค้อนที่เธอใช้ทุบสเต็ก แต่ผมคิดเสมอว่ามันเหมือนเครื่องมือของคนเถื่อนที่เอาไว้ใช้ฆ่าคนในชุดเกราะในสมัยสงครามครูเสด

วินการ์ดไม่แน่ใจในตอนแรก “ตอนอ่านบทครั้งแรกผมแปลกใจที่พวกคนร้ายใช้หน้าไม้เป็นอาวุธ” เขาบอก แต่เขาชอบไอเดียการใช้อาวุธที่แหวกแนวเพราะมันจะช่วยผลักดันให้หนังมีสไตล์ความรุนแรง “ผู้ชายคนหนึ่งโดนยิงหัวด้วยธนูเป็นภาพที่น่ากลัวและรุนแรง” เขากล่าว “แต่เอาเข้าจริงมันมีความเหนือจริงของภาพนั้นอยู่ และนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของเราในแง่ความรุนแรง เราต้องการให้มันรุนแรงและสมจริง แต่ในขณะเดียวกันเราก็อยากให้คนดูลุ้นไปกับหนังด้วย”

แม้ You’re Next จะเป็นหนังสยองขวัญและรุนแรง แต่ทีมสร้างก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มันกลายเป็นหนังไล่ฆ่า “ไม่ใช่ว่าจะดูถูกหนังแนวนั้น ผมคิดว่าคุณสามารถทำหนังไล่ฆ่าที่เจ๋งและมีพลังได้เยอะเลย” บาร์เร็ตต์กล่าว “แต่เราต้องการทำหนังบุกบ้านที่ฉลาดบนพื้นฐานไอเดียที่ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณและครอบครัวมารวมตัวกันและนอกจากสถานการณ์ดราม่าของการรวมญาติ อยู่ๆ ก็มีกลุ่มคนร้ายจู่โจมคุณจากด้านนอก”

หน้าไม้และที่ทุบเนื้อใน You’re Next คงเป็นแค่หน้าไม้กับที่ทุบเนื้อถ้าไม่ใช่ครอบครัวเดวิสัน ครอบครัวแตกแยกที่ตกเป็นเป้านิ่งของหนังบุกรุกบ้านเรื่องนี้ การคัดตัวนักแสดงที่จะมารับบทสมาชิกครอบครัวจึงเป็นกุญแจในการถ่ายทอดมโนภาพของทีมสร้างหนัง ซึ่งนั่นเริ่มจากตัวละครอีริน สาวมหาวิทยาลัยบุคลิกก้าวร้าวที่มาพบครอบครัวของคริสเปียน แฟนหนุ่มเป็นครั้งแรก

“ดูเหมือนว่านางเอกในหนังสยองขวัญส่วนใหญ่จะโชคดีตลอดเวลาหรือไม่ก็ตกเป็นเหยื่อตลอดทั้งเรื่อง” วินการ์ดกล่าว “เราอยากให้บทอีรินนี้แตกต่าง ให้ตัวละครสามารถจัดการกับสถานการณ์ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้ผู้ชายมามีบทบาทในชีวิต”

บาร์เร็ตต์อธิบายว่า “คุณไม่สามารถให้ใครมาแกล้งทำเป็นแกร่งอย่างอีรินได้ ดังนั้นเมื่อชาร์นี่ วินสัน (Srep Up 3D) มาทดสอบบท เราก็แบบว่า ‘เอาล่ะทุกคน เลือกคนนี้ใช่มั้ย’ ชาร์นี่เพิ่งทุ่มเวลาหลายเดือนแห่งความทรมานถ่ายทำ Step Up 3D และนอกจากจะเก่งมากแล้ว เธอยังเป็นคนที่แกร่งที่สุดที่ผมเคยเจอ” แม้ว่าเดิมทีบทจะเขียนไว้ว่าอีรินเป็นสาวอเมริกัน แต่ทีมงานเปลี่ยนให้เธอเป็นออสเตรเลียนทันทีที่เจอวินสัน “ผมว่าคนออสเตรเลียแกร่งกว่า” วินการ์ดอธิบาย “แมลงที่นั่นตัวใหญ่กว่าและทุกอย่างพิษร้ายแรงกว่า”

วินสันบอกว่าตอนเด็กๆ เธอชอบดูหนังสยองขวัญ “ตอนเด็กๆ ฉันกับเพื่อนชอบดูหนังอย่างเฟรดดี้ ครูเกอร์ Nightmare on Elm Street, Scream, Pet Cemetery, Chucky และ Jaws” อย่างไรก็ตามทักษะการเต้นของเธอมีประโยชน์ต่อการรับบทใน You’re Next เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะฉากต่อสู้ “ที่เหมือนการออกแบบท่าเต้นยาวสามนาที ซึ่งเราใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น น้ำมันและน้ำเพื่อพลิกเกม มันเหลือเชื่อจริงๆ” เธอกล่าว

วินการ์ดและบาร์เร็ตต์ไม่ได้มองหาใครที่ไหนไกลเมื่อต้องตัดตัวนักแสดงสำหรับบทลูกสี่คนของตระกูลเดวิสัน ได้แก่ คริสเปียน, เดรก และเอมมี่ (รับบทโดย เอเจ โบเว่น, โจ สวอนเบิร์ก และเอมี่ ไซเมตซ์ ตามลำดับ) นั่นเพราะทั้งหมดเคยรับบทใน A Horrible Ways to Die และตัวละครใน You’re Next ก็ถุกเขียนขึ้นมาเพื่อพวกเขา

คริสเปียน คือครูมหาวิทยาลัยที่ดิ้นรนใช้ชีวิตให้เป็นไปตามความคาดหวังของพ่อแม่และพี่ชายที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ เป็นตัวละครที่คุณคิดว่าคงจะอ่อนแอ” บาร์เร็ตต์กล่าว “แต่ความสนุกของหนังอยู่ตรงที่การหาทางให้เขาแสดงความแข็งแกร่งออกมาให้คุณประหลาดใจ” ตัวละครของเขาค่อนข้างจะพูดเก่งด้วย “ซึ่งเอเจคือคนที่เราเลือกสำหรับบทพูดยาวๆ” วินการ์ดอธิบาย “เขามีพรสวรรค์เรื่องการรบมือกับบทพูดที่สำคัญของเรื่อง” โบเว่นบอกว่าเขาไม่ลังเลเลยที่จะตกลงรับบทใน You’re Next “มันเป็นงานและประสบการณ์เปลี่ยนชีวิตสำหรับเราที่ได้เจอกันตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นไม่ว่าบทจะเป็นยังไง ผมก็สนใจที่จะทำมัน”

สวอนเบิร์กเข้าร่วมทีมนักแสดง You’re Next ในบทเดรก พี่ชายคนโตที่อีโกสูงและน่ารังเกียจ ดูเหมือนเขาจะมีประวัติศาสตร์กับทีมสร้างหนังมายาวนาน “ปีที่แล้วอดัมกับผมใช้เวลาด้วยกันเยอะ เรากำกับหนังเรื่องหนึ่งด้วยกัน ผมแสดงในหนังรื่องหนึ่งของเขา ส่วนเขาก็แสดงหนังผมหลายเรื่องและช่วยผมถ่ายทำสองสามเรื่อง (รวมถึง Auto Erotic ที่สวอนเบิร์กร่วมเขียนบทกับบาร์เร็ตต์) ดังนั้นเราจึงคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

เอมี่ ไซเมตซ์ ศิษ์เก่าอีกคนหนึ่งจาก A Horrible Way to Die และ Autoerotic รับบทเป็น เอมมี่ น้องสาวผู้เอาแต่ใจ “ฉันจะทำทุกอย่างให้อดัม ถึงจะมีบทแค่ 10 วินาที ฉันก็จะทำถ้าเขากำกับ ฉันคิดว่าเขามีพรสวรรค์มาก และถ่อมตัวมากด้วย” เขากล่าว

นิโคลัส ทุชชี่ เข้ามารับบทเป็นน้องชายคคนเล็ก เฟลิกซ์ ที่วินการ์ดให้ฉายาว่า “คนแคระ” ของบ้าน และเวนดี้ เกลน แสดงเป็น ซี แฟนสาวโกธิคของเขา ส่วน ที เวสต์ ที่เคยร่วมกำกับ V/H/S กับวินการ์ดและสวอนเบิร์ก มารับบทเป็น ทาริค แฟนหนุ่มนักทำหนังของเอมมี่ ขณะที่มากาเร็ตต์ เลนี่ รับบทเป็นเคลลี่ ภรรยาของเดรก

You’re Next คือการกลับคืนจอภาพยนตร์ของนักแสดงตำนานหนังสยองขวัญ บาร์บาร่า แครมป์ตัน (Re-Animator) ในบท ออเบรย์ เดวิสัน คู่กับบทพอล เดวิสัน ของร็อบ โมแรน “ผมอยากได้บาร์บาร่ามารับบทแม่ไม่คิดว่าจะได้เธอมาเล่นจริงๆ เพราะเธอเกษียณแล้ว” บาร์เร็ตต์กล่าว “แต่เจฟฟรีย์ คอมป์ และสจ๊วร์ต กอร์ดอน ที่เคยร่วมงานกับเธอใน Re-Animator เสนอให้ติดต่อเธอมาแสดง ผมบอกพวกเขาว่าเธอต้องปฏิเสธแน่ แต่เมื่อเธอได้อ่านบทก็ตอบตงลงทันที เธอบอกว่าเธอไม่เกษียณแล้ว”

แครมป์ตันเองก็แปลกใจตัวเองที่ตกลงแสดง “ฉันเลี้ยงลูกอยู่ที่ซานฟรานซิสโกและสอนทำสวนอยู่ที่โรงเรียน” เธอเล่า”ฉันไมได้แสดงมาเกือบสิบปีแล้ว ไม่คิดว่าจะจะกลับมาแสดงอีก ฉันไม่สนใจ แต่การกลับมาแสดงใน You’re Next เหมือนความฝันเลย ความฝันที่สวยงาม”

เกี่ยวกับการถ่ายทำ

You're Next

You’re Next

การถ่ายทำหลักของ You’re Next เกิดขึ้นที่โคลัมเบีย รัฐมิสซูรี่ เป็นเวลา 26 วันโดยส่วนใหญ่ถ่ายทำในแมนชั่นสไตล์อิงลิชทิวเดอร์ที่รกร้างสำหรับฉากบ้านของครอบครัวเดวิสันและสถานที่หักของการไล่ล่า

“การหาบ้านสำหรับถ่ายทำถือเป็นงานที่ยากที่สุดในช่วงก่อนเปิดกล้อง” ผู้กำกับ อดัม วินการ์ด กล่าว “เราดูบ้านทุก แนวตั้งแต่แนวโมเดิร์นกระทั่งแนวฟาร์มในชนบท แต่ไม่มีแบบไหนเวิร์ค” ผู้ออกแบบงานสร้าง โธมัส เอส. แฮมม็อค เป็นผู้นำทีมหาบ้านที่ตรงใจ “ทุกครั้งที่ไปดูสถานที่ เขาจะบอกว่าส่วนนี้โอเค แต่ส่วนนั้นไม่โอเค เราบอกได้จากสีหน้าของเขาเลยว่าที่นั่นใช่หรือไม่ใช่”

“สองสัปดาห์ก่อนเปิดกล้อง ในที่สุดเราก็พบแมนชั่นที่ใช้ถ่ายทำ แต่มันไม่มีคนอยู่มา 12 ปีแล้ว เราเลยมีอะไรต้องทำหลายอย่างเพื่อตกแต่งสถานที่ โธมัสตกแต่งแมนชั่นนั้นเสร็จใน 2 สัปดาห์ มันสวยเลยล่ะ เราคงทำไม่ได้ถ้าไม่มีเขา

เมื่อแฮมม็อคซ่อมแมนชั่นเสร็จเรียบร้อย วินการ์ดก็ต้องคิดว่าจะถ่ายทำยังไงไม่ให้บ้านเหมือนถุกบุกรุกจริงๆ “เราถ่ายทำในบ้านเก่าและทำความเสียหายกับผนังไม่ได้” เขาอธิบาย “เราก็เลยต้องสร้างกำแพงปลอมขึ้นเพื่อจะได้ยิงลุกธนูหรือสลักเกลียวใส่ผนังเวลาถ่ายทำได้ ทุกครั้งที่คุณเห็นอะไรทะลุผ่านผนัง รู้ไว้เลยว่านั่นคือผนังปลอมจากกระดาษแข็งที่ใช้เวลาทำสองชั่วโมงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับผนังจริงของบ้าน”

You're Next

You’re Next

นอกผนังปลอม ความสยองขวัญที่สมจริงของ You’re Next มาจากสไตล์การกำกับและถ่ายทำของวินการ์ด “มันต่างจากหนังเรื่องก่อนๆ ของฉันมากเลย” เวนดี้ เกลน ผู้รับบทเป็น ซี กล่าว “อดัมถ่ายแบบใกล้ชิดมาก ซึ่งฉันคิดว่านั่นทำให้คนดูรู้สึกตึงเครียด มันทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ไม่เหมือนนั่งดูอยู่ห่างๆ มันใกล้ตัวมาก ซึ่งนั่นแหละทำให้น่ากลัว”

แต่ก็ใช่ว่าวินการ์ดจะทำได้ทุกอย่าง ในฉากไล่ล่าในห้องใต้ดิน เขารู้ตัวว่าต้องยกให้ผู้กำกับภาพ แอนดรูว์ ดรอซ พาเลอโม เป็นผู้ดูแล ฉากนี้ตัวละครต้องวิ่งลงไปที่ชั้นใต้ดิน ทีมงานต้องดับไฟเพื่อสร้างความมืดแล้วใช้ไฟแฟลชจากกล้องเพื่อไม่ให้มองเห็นฆาตกรได้ชัดเจน ในบทเขียนไว้ดูดี แต่เอาเข้าจริงถ่ายทำยาก “มันเป็นฉากที่ท้าทายที่สุดฉากหนึ่งของหนังเลยเพราะกำกับการแสดงและกำกับไฟยาก” วินการ์ดกล่าว ผมต้องหันไปบอกแอนดรูว์ว่า ‘ฉากนี้เกินความสามารถของผม ผมต้องขอให้คุณช่วย’ ซึ่งต้องยกเครดิตให้แอนดรูว์เพราะเขารู้ดีเรื่องทิศทางของแสง”

องค์ประกอบทางเทคนิคอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญต่อหนังก็คือหน้ากากที่พวกฆาตกรใส่ “เราต้องการให้ฆาตกรใส่หน้ากากที่เป็นสัญลักษณ์ แต่มันออกแบบยากให้ไม่ซ้ำกับหนังสยองขวัญเรื่องก่อนๆ ผมเป็นแฟนหนังเรื่อง The Strangers แต่เมื่อคุณเห็นหน้ากากแบบนั้นจะอดถามไม่ได้ว่า ‘เดี๋ยวนะ คนพวกนี้ตอนกลางคืนเป็นคนโรคจิต ตอนกลางวันเป็นช่างเย็บหน้ากากรึไง ’

“เราใช้เวลาออกแบบหน้ากากเยอะมาก แต่ไม่อยากให้มันดูเป็นอย่างนั้น ผมอยากให้มันดูธรรมดาเหมือนซื้อตามร้านขายยาทั่วไป ผมไม่อยากให้คนดูสงสัยว่าฆาตกรพวกนี้จบโรงเรียนช่างศิลป์รึไงถึงได้ออกแบบหน้ากากได้เทพขนาดนี้”

ตั้งแต่ต้นจนจบ You’re Next เล่นกับความคาดหมายของคนดู วินการ์ดกล่าวว่า “ความเจ๋งของหนังเรืองนี้คือการคิดว่าจะลบล้างความคิดเดิมๆ เกี่ยวกับหนังสยองขวัญของคนดูยังไง จะทำให้พวกเขากลัวยังไง จะให้พวกเขาสยองยังไง” และที่น่าจะสำคัญที่สุดคือ “เราจะทำให้พวกเขาคิดถึงมันหลังดูจบและอยากดูมันอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ยังไง”

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย: M Pictures Thailand

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s