…ต้นเหตุแห่งความ “แป๊ก!!!” ของศิลปินยุคใหม่…

ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธปฏิเสธไม่ได้ ว่าศิลปินหลายต่อหลายคนในวงการเพลง แลดูเหมือนจะกลับมาแบบยิ่งใหญ่ และคุยเฝือเพราะคิดว่าเมื่อกลับมาจับไมค์ร้องเพลงอีกครั้งจะกลับมาบูมตู้มต้ามเท่ากับสมัยก่อน จนทำให้เพลงวิ่งทะยานขึ้นสู่ชาร์ตทั่วโลกได้ง่าย แต่กลับกลายเป็นว่า เพลงใหม่ๆที่ออกมานั้น ดันร่วงผล็อยไปไม่เป็นท่าเพราะหลายๆสาเหตุ ซึ่งวันนี้ เดี๊ยนได้ลองเขียน 7 สาเหตุแห่งความ “แป๊ก” มาให้ได้ลองอ่านเล่นๆกันดูค่ะ

…………………………………

Demi Lovato

Demi Lovato

“แป๊ก” เพราะ แนวเพลงไม่เข้ากับเสียงร้อง

ศิลปินหลายต่อหลายคนที่กลับมาทำงานเพลง มักจะจับโปรดิวเซอร์มากหน้าหลายตามาชูโรงเพื่อให้อัลบั้มออกมาเก๋ไก๋สไลเดอร์ และดูเข้ากับความ Modern ของโลก ซึ่งแน่นอนว่า ดนตรีและทำนองที่ออกมานั้น มันมีทั้ง “เป๊ะ” และ “เละ” ปนกันไป ในขณะที่เสียงร้องและความสามารถของศิลปินนั้น ยิ่งกลับสวนทางกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการใช้เทคนิคดัดแปลงมหาภัย หรือที่รู้จักกันในนามของ AUTOTUNE ซึ่งแฟนคลับส่วนหนึ่งต่างก็ต้องส่ายหน้า (เช่น Mariah Carey หรือ Demi Lovato กับเพลงใหม่ๆ) ไม่ไหวจะเคลียร์กับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ศิลปินบางคนพยายามเปลี่ยนแนวเพลงให้ทันสมัยเว่อร์ด้วยการนำดนตรีแนวเทคโนมาช่วยให้รุ่ง แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเธอและพวกเขาเหล่านั้นดัน “ตกม้าตาย” ตั้งแต่เพิ่งเริ่มก้าวเท่านั้น…ลองจินตนาการอัลบั้ม Bionic ของ Christina Aguilera เบาๆ ที่แม้หลายต่อหลายเพลงจะออกมาโอเคดูดี แต่หลายๆเพลงก็ออกมาแล้วสวนทางกับความสามารถ และเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ที่มีมาแต่อ้อนแต่ออด

…………………………………

Lady GaGa

Lady GaGa

“แป๊ก” เพราะตัวศิลปินล้วนๆ

ศิลปินบางคนแต่งงานแล้วแฟนคลับหดหาย ศิลปินบางคนทำอัลบั้มแต่กลับไม่โปรโมท ศิลปินบางคนทำเรื่องชั่วไว้ในอดีต ศิลปินบางคนทำตัวน่าหมั่นไส้เสียเต็มสตรีม ศิลปินบางคนขี้เกียจ นี่แหละค่ะตัวของศิลปินล้วนๆที่ทำให้อัลบั้มและเพลงใหม่ของพวกเขาไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะพฤติกรรมหลายอย่างเหล่านี้ อาจไม่เพียงลดจำนวนแฟนคลับที่เคยชื่นชมชื่นชอบลง แต่มันกลับทำให้คนเริ่มเอือมระอาและหันไปฟังเพลงของศิลปินอื่นๆมากขึ้น ลองนึกถึง Justin Bieber ว่าทุกวันนี้ฐานแฟนคลับส่วนหนึ่งค่อยๆหดหายไป ในขณะที่แฟนคลับของ One Direction กลับเพิ่มขึ้น เพราะว่า Justin มีข่าวคาวเสียหายบ่อยครั้ง ซึ่งมีแต่คนที่คิดได้เท่านั้นที่รู้ว่าอันไหนที่ถูก อันไหนที่ผิด….ต่อด้วย Lady GaGa ที่แม้ฐานแฟนคลับยังคงแน่นเปรี๊ยะ แต่กระนั้น Little Monster บางคนก็แอบเอือมไปกับพฤติกรรมลับๆล่อๆ จากข่าว Gossip วงในว่านางทำอย่างนั้น นางทำอย่างนี้ ทำให้ความเอือมระอา เป็นตัวผลักดันให้ความใส่ใจเดิมที่มีลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด

…………………………………

“แป๊ก” เพราะต้นสังกัดยอดแย่

Ke$ha

Ke$ha

เรื่องของต้นสังกัด คงเป็นเรื่องที่เราต่างก็รู้กันอยู่แก่ใจอยู่แล้ว อันนี้พยายามจะเลี่ยงไม่พูดถึง RCA Records โดยตรงๆ และสาเหตุหลักที่ทำให้อัลบั้มต่างๆเป็นหมัน คงหนีไม่พ้นการแผนการโปรโมทแบบง่อยๆที่บรรดาแฟนคลับต่างก็เห็นดีเห็นงามอยากให้ตัวของศิลปินบางคนขี่จรวดนั่งเจ็ทหนีห่างจากต้นสังกัดเดิมไปซบต้นสังกัดใหม่ เพราะต้นสังกัดนั้นเป็นต้นเหตุแห่งความเศร้าใจของหน้าที่การงานที่ไปไม่รอดนั่นเอง ไม่เพียงแค่แผนการโปรโมทเน่าอย่างเดียว ต้นสังกัดบางค่ายยังมีการประกาศเลื่อนแบบอีเรื่อยเฉื่อยแฉะ บ้างก็เปลี่ยนใจไม่ปล่อยอัลบั้มกะทันหัน ซึ่งก็ทำให้ตัวศิลปินต่างก็ไม่พอใจ เพราะนอกจากเพลงจะไม่ออกมาตามกำหนดแล้ว พอเอาเข้าจริง กระแสของเจ้าตัวกลับดรอปลงไปเยอะเกินจะรับไหว และปลุกปั้นได้ใหม่ จากนักร้องเกรด A กลับเหลือเพียงเกรด C และ B บ้างก็ไปอยู่ปลายแถวเลย ยกตัวอย่างเช่นสาว JoJo เป็นต้น ที่สุดท้ายก็ต้องออกมาฟ้องร้องต้นสังกัดของตัวเอง ด้วยเหตุผลประการฉะนี้นี่เอง

…………………………………

Mariah Carey

Mariah Carey

“แป๊ก” เพราะโรคไส้เลื่อน

การประกาศเลื่อนอัลบั้มออกไป ไม่ว่าจะเป็นด้วยตัวของศิลปินเอง หรือว่าทางต้นสังกัด มันช่างเป็นสิ่งที่กัดกร่อนหัวใจของเหล่าบรรดาสมุนที่รอคอยมานานแสนนาน ราวกับ “เด็กที่ถูกหลอกว่าจะให้อมยิ้มตอนเย็นหลังเลิกเรียน…แต่ผลสุดท้ายดันบอกว่าค่อยเอาพรุ่งนี้แล้วกันนะ” ความรู้สึกแย่มักจะถูกทำให้แย่ลงไปอีกเมื่อมีการประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน ส่งผลให้คลื่นลูกใหม่ที่โด่งดังเฉพาะกลุ่มถูกดันจนสูงลิบลิ่ว และรวบตึงเอาความโด่งดังกับกะตังไปนอนกอดสบายใจ ดูตัวอย่างเช่น Ariana Grande นักร้องสาวเสียงเพราะที่ถูกพูดถึงในวงกว้างตอนนี้ ดั้งเดิมเธอดังเฉพาะแค่ไม่กี่ประเทศ แต่กลับกลายเป็นว่าความสามารถที่มีอยู่ ดันให้ตัวเองเปรี้ยงปร้าง จนหลายๆคนเอาไปเปรียบเทียบกับนักร้องระดับตำนานอย่าง Mariah Carey ที่ประกาศเลื่อนอัลบั้มของตัวเองออกไป แล้วอย่างนี้มีหรือ ที่เมื่ออัลบั้มใหม่ของคุณนายหนองโพออกมาแล้ว จะไม่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับคลื่นลูกใหม่ ตราบใดที่ผลงานที่ถูกเลื่อนไม่ถูกทำออกมาให้เทียบเท่าหรือดีกว่าเดิม

…………………………………

Westlife

Westlife

“แป๊ก” เพราะมันคือยุคใหม่..หมดยุคเก่าแล้ว

แม้ทุกวันนี้ผลสำรวจจะพบว่า นักฟังเพลงทั่วโลกทุกคนยังคงฟังเพลงเก่าๆกันอยู่ เพราะมันคือสิ่งที่คงความคลาสสิคและตัวเพลงอันหวานหู แต่เพลงเหล่านั้นมักเจาะลึกได้เฉพาะกลุ่มของผู้ฟังเท่านั้น ในขณะที่ศิลปินหน้าใหม่ เริ่มค่อยๆมาลบรอยเสือของศิลปินเดิมๆโดยใช้ความสามารถที่เท่าเทียมกันตามเหตุผลที่ว่า “มีลาภ-เสื่อมลาภ มียศ-เสื่อมยศ” ส่วนที่ขอไม่ระบุว่าเป็นศิลปินคนไหนนั้น เป็นเพราะว่า เมื่ออนาคตมาถึง ศิลปินแทบทุกคนก็จะเป็นแบบนี้กันไปหมด เว้นเพียงแต่ว่า นักฟังหน้าใหม่ จะเลือกพูดถึงอะไรเกี่ยวกับศิลปินสมัยดึกดำบรรพ์แค่นั้น ยกตัวอย่างเช่นศิลปินกลุ่มบอยแบนด์อย่าง Westlife ที่บอกได้คำเดียวว่าห่างหายไปเสียนานแสนนานซะจนตอนนี้บอยแบนด์หน้าใหม่ขับฟอร์มูล่าวันวิ่งฉิวปาดซ้ายขวากินขาดไปแล้ว การกลับมาด้วยอะไรที่เดิมๆและไม่เทียบเท่ามาตรฐานใหม่จึงดูไม่ค่อยรุ่งอย่างที่เห็นในสมัยก่อน จนไม่อาจคว้าอันดับสวยหรูจากชาร์ตทั่วโลกได้อย่างที่เคยทำไว้กับ My Love อีกนัยหนึ่งจะว่าว่าศิลปินบางคนขาดช่วงการปล่อยผลงานไปนานก็ได้นะคะ

…………………………………

“แป๊ก” เพราะสร้างกระแสเกินจริง

Beyonce

Beyonce

การคัมแบ็คของศิลปินบางคน ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวง ด้วยการจัดแคมเปญนั่นนี่นู่นมูลค่ามหาศาล ไปจนถึงการออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ในการทำงานเพลงและอัลบั้มใหม่ของตัวเอง ด้วยการอ้างชื่อของเหล่าคนเบื้องหลังชื่อก้องที่เคยสร้างเพลงฮิตติดชาร์ตทั่วโลกมาแล้วมากมาย พร้อมความมั่นใจเกินร้อยว่า อัลบั้มที่ออกมานี้จะยิ่งใหญ่…อลังการแบบสุดๆ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพลงใหม่ที่ออกมาดันไม่ได้เข้าขั้น “เป๊ะเว่อร์” ไปเสียทั้งหมด ทำให้บรรดาแฟนคลับที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ นั่งคอตกตามๆกันไป (ยกเว้นพวกที่เทิดทูนประดุจนำพระขึ้นหิ้ง โดยไม่คิดถึงความเป็นจริง) ซึ่งถามว่าหลักๆแล้วคิดถึงศิลปินคนไหน ก็คงต้องแอบบอกว่าคิดถึงคู่หูคู่ฮาแห่ง Telephone อย่าง Lady GaGa และ Beyonce ที่สีท่าอัลบั้มใหม่ของทั้งคู่จะไม่สู้มาตรฐานสูงที่เคยทำไว้ในอัลบั้มก่อนๆ

…………………………………

“แป๊ก” เพราะอาชีพอื่นที่เหมาะมากกว่า

Jessie J

Jessie J

แม้ว่าข้อนี้จะเป็นเหตุผลที่มีความสำคัญน้อยมาก แต่มันคือหลักการของ Stereotype ที่ว่าศิลปินที่ห่างจากการจับไมค์แล้วไปเป็นนางแบบ พิธีกร โค้ช กรรมการตัดสิน ต่างก็ทำให้กระแสในความเป็นนักร้องดร็อปลงไปด้วยกันทั้งสิ้น ยกตัวอย่างให้เห็นกันแบบตรงไปตรงมา นั่นก็คือ Jessie J และ Christina Aguilera ที่เราเองคงบอกไม่ได้เต็มปากว่าทั้งคู่ล้วนแล้วแต่มีความสามารถที่เพอร์เฟค มีผลงานดีๆการันตีมาแล้ว แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อเธอทั้ง 2 ต่างก็มานั่งเก้าอี้หมุนแห่งรายการ The Voice นั่นกลับเป็นเหมือนการเข้าสู่โลกแห่งคำสาปที่ว่า “ศิลปินคนใดก็ตามที่มีชื่อเสียงแล้วมาทำหน้าที่กรรมการ…มักจะสร้างชื่อใหม่ให้กับตัวเองโดยลดความสำคัญเดิมที่มีลง” ซึ่งแน่นอนว่า เธอได้รับคำชื่นชมในฐานะของโค้ชที่ดี เนื่องจากมีความสามารถ แต่กระนั้น คนส่วนหนึ่งที่ยังรับรู้ว่าเธอไม่ได้ทิ้งงานเพลงไปไหน กลับลืมไปอย่างสนิทใจว่าพวกเธอเคยร้องเพลงได้ดีมากมาย ก่อนที่จะมาทำหน้าที่ที่แตกต่างนั่นเองค่ะ…

Christina Aguilera

Christina Aguilera

…………………………………

เอาเป็นว่าสุดท้ายอ่านกันแล้วก็คงต้องลองคิดกันดูนะคะ ว่าการกลับมาของแต่ละศิลปินในทุกวันนี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้อง Say Hi ใส่คำว่า “แป๊ก” ด้วยกันทั้งนั้น แต่อยู่ที่ “ระดับความแป๊ก” ว่ามันจะมากหรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ ไม่มีใครที่ทำเพลงออกมาได้สมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์โดยไม่มีข้อติ และหามารตรฐานที่สูงกว่า ลายเซ็นของตัวเองที่เคยทำไว้ได้ในอดีตค่า…

By… Benze La Divas

We Are Divas (Movie And Music Update)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s