…บทวิจารณ์ The Butler “พ่อบ้านใจทระนง กับ ลูกชายที่ไม่เคยลงรอย” 7.5 เต็ม 10…

ใบปิด The Butler

ใบปิด The Butler

หลายต่อหลายคนอาจกำลังรอไปชม The Butler ภาพยนตร์ที่ได้รับการขนาดนามให้เป็นที่สุดแห่งดราม่าของปี 2013 การันตีด้วยรายละเอียดที่ได้รับการยกย่องว่าอาจเข้าชิงรางวัลออสการ์หลากหลายสาขา วันนี้เดี๊ยนได้มีโอกาสไปสัมผัสมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ

The Butler เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของพ่อบ้านผิวสีที่เกิดในไร่ฝ้าย โดยเขาต้องสูญเสียพ่อไป ในขณะที่แม่ (Mariah Carey) ก็กลับเป็นบ้าไปโดยปริยาย ทำให้คนขาวที่รู้จักสำนึกผิดจากการกระทำห่ามๆของคนในครอบครัว ทาบทามให้เด็กน้อยผิวสีคนนี้มาเป็นพ่อบ้าน จนกระทั่งเขาตัดสินใจออกเดินทางเพื่อแสวงหาโชคที่คู่ควรที่สุดจนได้ดิบได้ดี โดยเปิดเรื่องด้วยการนำเสนอตัวเอกที่แก่ง่อม ก่อนจะโยงเรื่องราวทั้งหมดเข้าสู่อดีต บอกเล่าเรื่องราวไปตามลำดับเวลา

The Butler

The Butler

The Butler แม้จะใช้เวลาในการเดินเรื่องทั้งหมดราว 2 ชั่วโมง แต่เมื่อพูดถึงเนื้อหาโดยรวม ก็เรียกได้ว่ากระชับ เข้าใจง่าย อารมณ์ดราม่าอาจยังคงถูกถ่ายทอดไปแบบเรื่อยๆเฉื่อยๆตามสไตล์ตัวหนัง ซึ่งเมื่อดูไปได้ซักระยะก็จะเริ่มมองเห็นความเป็นจริงและเรื่องราวของยุคสมัย (คล้ายกับ “4 แผ่นดิน” ของบ้านเรา) ไม่มีอะไรหวือหวามากนัก แต่ก็มีการสอดแทรกความขัน ความน่ารักของคนผิวสีแทรกเข้ามาด้วยค่ะ

The Butler อาจดูแล้วเหมือนกับเน้นเรื่องราวของความต้องการปลดแอกการเหยียดสีผิวท่ามกลางความเป็นอเมริกัน ที่ยังคงนำเสนอความโหดร้ายของสังคมแบบจัดหนัก ที่คนผิวขาวดูแล้วอาจจะต้องไม่ปลื้มเท่าไรนัก เพราะว่า นี่คือ “หนังของคนผิวสี” แบบแท้จริง…แต่ในขณะเดียวกัน ตัวเรื่องก็นำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ของพ่อลูกที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก แต่ในความต้องการลึกๆของตัวละครก็คือสิ่งเดียวกัน แม้แตกต่างกันที่การแสดงออก จนในที่สุดความไม่ลงรอยเหล่านั้นก็กลับเชื่อมต่อเป็นความสัมพันธ์อันดีด้วยคนในครอบครัว จึงทำให้นี่กลายเป็นอีก Theme ที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง

The Butler

The Butler

The Butler ไม่เพียงถ่ายทอดอารมณ์ของเรื่องด้วยบทที่ถูกเขียนมาเป็นอย่างดี และการแสดงของตัวละครเท่านั้น แต่ความรู้สึกกระทบกระทั่งในหัวใจเบื้องลึกของคนดูอย่างเดี๊ยนมันถูกกระชากอย่างรุนแรงด้วยการสอดใส่ดนตรีแนว R&B Soul เข้าไปด้วย ซึ่งตัวดนตรีแนวนี้เป็นอีก 1 องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยความตึงเครียดราวกับว่าเราเป็นคนผิวดำซะเองก็ไม่ปาน

The Butler

The Butler

The Butler ยังมีจุดเด่นอีกมากมายที่ตัวเดี๊ยนอาจจะไม่ได้บรรยายออกมา ณ ที่นี้ แต่เรื่องของวัฒนธรรมการเรียกคนผิวสีว่า นิโกร นั้นแท้จริงแล้วมันเต็มไปด้วยความจงเกลียดจงชังที่ผูกติดกับจิตใจคนผิวขาว ในขณะเดียวกัน ขนบการคิดของชาวมะกันอย่างเรื่องของการมองเห็นความผิดผู้อื่นแต่มองไม่เห็นความเสื่อมโทรมของวัฒนธรรมและบ้านเมืองตนเอง ก็ถูกตีแผ่ผ่านออกมาตามท้องเรื่องนี้ด้วย นั่นจึงทำให้รู้สึกว่า The Butler สามารถเสียดสีสังคมได้อย่างตรงไปตรงมาค่ะ

สุดท้าย The Butler แม้จะไม่ใช่ภาพยนตร์ดราม่าที่ทำออกมาแล้วดูสมบูรณ์แบบมากนัก แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นภาพยนตร์กึ่ง Biopic อีก 1 เรื่องที่น่าติดตาม และส่วนตัวเดี๊ยน ในฐานะของคนชมภาพยนตร์ เดี๊ยนคงต้องบอกว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่า JOBS อยู่หลายต่อหลายขุมนักค่ะ

The Butler

The Butler

ปล. ใครที่จะไปดูเพราะว่าต้องการชมการแสดงของ Mariah Carey เดี๊ยนต้องบอกเลยนะคะว่า นางปรากฏตัวออกมาแค่นิดเดียวจริงๆ นั่นคือฉากในไร่ฝ้าย แล้วก็โดนพาไปข่มขืน หลังจากนั้นก็ปรากฏตัวออกมาอีกทีแต่ก็เป็นบ้าไปซะแล้ว นั่นจึงหมายความว่าเธอไม่มีบทพูดอะไรเลยค่ะ

By… Benze La Divas
We Are Divas (Movie And Music Update)

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s