Tag Archives: Critic

…บทวิจารณ์ ซาดาโกะ 3D “หนังสยองขวัญยอดแย่แห่งปี 2013” 1.5 เต็ม 10…

ซาดาโกะ 3D

ซาดาโกะ 3D

หลายต่อหลายคนที่ชื่นชอบภาพยนตร์สยองขวัญสไตล์ญี่ปุ่นอย่าง The Ring คงกำลังรู้สึก 2 จิต 2 ใจว่าจะไปชมภาพยนตร์เรื่อง ซาดาโกะ 3D ดีหรือไม่…ดังนั้น ก่อนอื่นเดี๊ยนคงต้องขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนใจดีอย่างร้านแองโกโนก้าทุกท่าน ที่เคียงบ่าเคียงไหล่กันไปผิดหวังกับการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงก็แล้วกันนะคะ

ซาดาโกะ 3D

ซาดาโกะ 3D

ซาดาโกะ 3D เป็นหนังที่สร้างอิงเข้ากับบริบทปัจจุบันด้วยการ Re-Create เรื่องราวของผีซาดาโกะจาก The Ring ขึ้นมาใหม่ ด้วยการนำเสนอการปลุกชีพหาร่างที่เหมาะสมกับวิญญาณที่เฝ้าคอยอย่างมีหวัง แต่กระนั้นการไขว่คว้าหาร่างก็ยังคงใช้มุขเดิมๆนั่นก็คือ วิดีโออาถรรพ์ หลักสูตรการตายฉบับรวบรัด ที่คราวนี้ไม่ต้องเช่าวิดีโอ เพียงแค่เปิดเว็บเซิร์สเอ็นจิ้นผ่านคอมพิวเตอร์หรือไอโฟนเพื่อค้นหา คุณก็อาจจะเป็นผู้โชคดีเจอไฟล์สุดฮิปที่ชาวญี่ปุ่นต่างก็กระตือรือร้นจะดู ซึ่งตัวเรื่องบอกเล่าแบบเป็นไปตามลำดับเวลา โดยมีการ Flashback บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเอกแบบประปราย ก่อนจะลงท้ายด้วยจุดจบแบบด้วนๆ ฆ่าผีเพียงแค่ก้อนหินทุบโทรศัพท์เท่านั้นเอง

การถ่ายทำแบบ 3D บอกได้เลยว่าไม่ถึงขั้นที่เรียกว่าแย่แต่ก็ไม่มากซะจนห่วยแตก เพราะอย่างน้อยก็ยังดีกว่าหนังไทยหลายๆเรื่อง กราฟฟิคบางอย่างแม้จะออกมาดูเป็นสีสันกันตนา ตัวละครลอยออกมาจากฉากบลูสกรีนราวกับว่าประเทศญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มทดลองการถ่ายทำและการนำเสนอระบบนี้เป็นครั้งแรกๆ แต่บางฉากก็กลับมีอารมณ์ตกใจร่วมตามบ้างเบาๆ แต่กลายเป็นว่าฉากเดิมๆถูกฉายซ้ำไปซ้ำมาเสียจนหมดความตื่นเต้นไปโดยปริยายเพียงเพราะรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นอย่างไรเท่านั้น เรียกได้ว่าแย่มากเสียจนทำออกมาเป็นแผ่นอย่างเดียว และไม่จำเป็นต้องเอาเข้าฉายในโรงยังได้เลยล่ะค่ะ

ซาดาโกะ 3D

ซาดาโกะ 3D

การสร้าง สัมภเวสี ของเรื่องกลายเป็นสิ่งที่สร้างความขันให้กับเดี๊ยนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวผีท่อนบนยังโอเค คงคอนเซ็ปของ คำสาปมรณะ ได้ดี ในขณะที่ท่อนล่างกลับกลายเป็นขายาวเฟื้อยราวกับผีเปรตบ้านเราซะอย่างนั้น แต่ที่แย่กว่าก็อีตรงที่จับผีหักขาจนกลายเป็นขาที่ใช้สำหรับดีดของตั๊กแตน หน้าตาอัปลักษณ์ราวเอเลี่ยนกรำศึกจากการรบรากับเหล่าพรีเดเตอร์จนต้องหลบไปอยู่ในแดนสนธยาที่ไม่เคยได้พบปะกับที่ตัดผม แน่นอนค่ะว่ามันไม่ได้ออกมาน่ากลัวเลยแม้แต่นิดเดียว

ซาดาโกะ 3D

ซาดาโกะ 3D

สุดท้าย..คงต้องขอพูดในนามของคนที่ติดตาม The Ring ช่วงแรกๆแล้วกันนะคะ ว่า ซาดาโกะ 3D เป็นหนังผีที่ทำลายความเฮี้ยน ความน่ากลัว ความสะพรึงของต้นตำรับของ The Ring อย่างเห็นได้ชัด เนื้อเรื่องแทบไม่มีอะไรโดดเด่น ชวนให้เกิดความง่วงนอน เสียงรกหนวกหู…ไม่ต่างจากหนังราคาถูกที่พยายามจะยัดเยียดให้ผู้ชมคอยดูบทสรุปของเรื่อง และที่สำคัญไปกว่านั้น ซาดาโกะ3D จัดเป็นหนังผีที่แย่ที่สุดของปีนี้ ที่เหมือนถูกหลอกให้ไปดูด้วยการใช้ชื่อของ ซาดาโกะ มาเป็นตัวชูโรง ซึ่งไม่มีความคลาสสิคอยู่อีกต่อไปแล้ว

By… Benze La Divas
We Are Divas (Movie And Music Update)

Advertisements

…บทวิจารณ์ About Time “หนังรักที่ดีที่สุดในปีนี้” 8 เต็ม 10…

About Time

About Time

วันนี้คงต้องบอกแบบเต็มปากเต็มคำว่า เป็นการดูหนังที่รู้สึกมีความสุขมากที่สุดอีกวันหนึ่ง กับภาพยนตร์เรื่อง About Time ภาพยนตร์รักโรแมนติคที่มาพร้อมกับเนื้อเรื่องเติมเต็มความฝัน ชวนให้รู้สึกคล้อยตาม ยิ้มให้กับความสดใสจากการนำเสนอ จนรู้สึกหลงรักในความซาบซึ้งของรายละเอียดทุกเม็ดที่ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องรักระหว่างหนุ่มสาว แต่กลับเป็นความลงตัวที่ต้องยกนิ้วให้ และเปรียบเปรยให้เป็นหนังรักที่ดีที่สุดของปีนี้ค่ะ

About Time

About Time

About Time บอกเล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มวัย 21 ปีคนหนึ่ง ที่ได้เรียนรู้จากพ่อของเขาว่า “ผู้ชายในตระกูล มีความสามารถพิเศษที่จะย้อนเวลากลับไปในอดีตได้” ทำให้เขาพยายามที่จะวิ่งตามรักแรก แต่กลับไม่สมหวัง จนกระทั่งได้พบกับ สาวผมน้ำตาลตัดหน้าม้าเต่อยิ้มสวยคนหนึ่ง..เขาจึงได้ใช้ความสามารถของเขาที่มีอีกครั้ง เพื่อให้เขาได้สมหวังกับเธอตามความฝันของตัวเอง…เรื่องราวทั้งหมด ถูกบอกเล่าและนำเสนอ เป็นไปตามลำดับเหตุการณ์ กระชับ ทำให้ไม่รู้สึกมีข้อสงสัยในละรายละเอียด เข้าใจง่าย ปมของเรื่องจึงถูกผูกไว้ที่จิตใจของตัวพระ ที่ยังยึดติดกับการใช้ความสามารถจนกระทั่งได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า จากการสูญเสียครั้งใหญ่ ที่ทำให้เขาเติบโต และก้าวผ่านการใช้ชีวิตแบบเด็กได้ในที่สุด

ภาพรวมของ About Time เรียกได้ว่า Impact ต่อความรู้สึกขณะที่ดูเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความกินใจจากเรื่องราวของการเสียสละในครอบครัว การทำเพื่อคนรัก ไปจนถึงความพยายามที่จะทำอะไรสักอย่าง ซึ่งแม้ว่าภาพที่ออกมาจะดูแล้วธรรมดาไปนิด แต่ความสวยงามของ Location ที่ถูกเลือก ที่ผสมผสานไปกับดนตรี และบทที่ลงตัว ยิ่งกลับทำให้เคลิบเคลิ้มไปกับความงดงามในทุกรายละเอียด ตลอดระยะเวลาร่วม 2 ชั่วโมง

About Time

About Time

อารมณ์ของ About Time ไม่เพียงยึดติดกับภาพลักษณ์เดิมๆของหนังรัก ที่ต้องมีเฉพาะความหวานซึ้งคลุกเคล้ากับความขมขื่นจากเรื่องราวดราม่า แต่ยังผสมผสานเอาความบรรเจิดของแฟนตาซีหรือไซไฟ และความขำขันจนถ้าจะต้องเปรียบเทียบกับอาหารสักจาน About Time ก็คงเป็นเหมือนกับข้าวไข่เจียวหมูสับร้อนๆยามเช้า ซึ่งแม้จะเป็นความเรียบง่ายที่โปะอยู่บนข้าวสวยธรรมดาๆ แต่กลับมีความสุขเป็นอย่างมากเมื่อมันกระทบลงบนลิ้น และให้ความรู้สึกอิ่มหลังจากกินเสร็จ

2013, ABOUT TIME

About Time

About Time เปรียบได้กับการเติมเต็มจิตวิญญาณ และความฝันให้กับเดี๊ยนเป็นอย่างมาก…และเดี๊ยนคิดว่าคุณผู้ชายหรือใครๆที่นั่งดูเรื่องนี้ในโรง ก็คงคิดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มักจะรู้สึกอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องที่เคยทำผิดพลาด..(ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้)..ตัวหนังจึงสามารถใช้องค์ประกอบของไซไฟอันสุดแสนจะลงตัวสอนเราทุกคน โดยแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่ว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องราวในอดีตที่เกิดขึ้นได้ ต่อให้เราสามารถย้อนเวลากลับไปก็ตาม (แน่นอนค่ะว่าโลกของความเป็นจริงไม่ใช่อย่างในการ์ตูนเรื่อง โดราเอม่อน) การใช้ชีวิตในแต่ละวัน จึงควรที่จะแก้ไขเมื่อรู้ทันทีเมื่อเกิดข้อผิดพลาด และชมเชยกับความงดงามของโลกปัจจุบัน ราวกับว่า พรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายนั่นเองค่ะ

เอาเป็นว่าสุดท้ายนี้ เดี๊ยนขอฝากฝังภาพยนตร์โรแมนติคที่ดีที่สุดของปีนี้เรื่อง About Time ไว้กับทุกคนแล้วกันนะคะ เพราะว่าตอนแรก เดี๊ยนเองแทบไม่กล้าหวังกับหนังประเภทนี้เท่าไรนัก แต่หลังจากได้ชมแบบจริงๆแล้ว นอกจากจะหัวเราะ และยิ้ม บางอารมณ์ก็แอบน้ำตาคลอเบ้าไปกับความสุขที่มาจากความฉลาดของผู้เขียนบทและผู้กำกับจริงๆค่ะ…

By… Benze La Divas
We Are Divas (Movie And Music Update)

…บทวิจารณ์ The Man Who Laughs “โศกนาฏกรรมแห่งรักของตัวร้ายผู้ไม่เคยหยุดยิ้ม” 7 เต็ม 10…

The Man Who Laughs

The Man Who Laughs

ก่อนที่จะพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างจริงจังคงต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลย ณ ที่นี้ว่าไม่เคยอ่าน The Man Who Laughs ในแบบฉบับของวรรณกรรม หรือดูภาพยนตร์เวอร์ชันดั้งเดิมที่ออกมาตั้งแต่ครั้งที่ยังไม่เกิดมาก่อน ดังนั้นจึงขอพูดเฉพาะในตัวของภาพยนตร์บริบทปัจจุบันที่ได้ไปสัมผัสและความรู้สึกส่วนลึกที่แฝงเอาไว้ก็แล้วกันค่ะ

The Man Who Laughs ถือเป็นอีก 1 ภาพยนตร์ที่นำเสนอตัวตลกอย่าง Joker โดยใช้การบอกเล่าผ่านตัวละครที่ 3 ที่มีชื่อว่า เออร์ซุส ที่พูดถึงเรื่องราวของ กวินเปล็น ชายผู้มีรอยยิ้มบนใบหน้าและมีภูมิหลังมากมายที่น่าค้นหาโดยเฉพาะเรื่องราวของความรักที่ลงเอยด้วยบกโศกนาฏกรรมที่พลิกผันชีวิตทั้งหมดไปโดยสิ้นเชิง เนื้อเรื่องนำเสนอไปแบบเรียบง่าย กระชับ ไม่ยืดเยื้อ คล้ายกับภาพยนตร์สุดคลาสสิคอย่าง Romeo & Juliet ไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา แต่ก็กลับสะท้อนความรู้สึกมืดหม่นของอารมณ์ตัวละครออกมาอย่างสุดซึ้ง กินใจในความหมาย และสวยงาม (แม้ว่าจะฟังภาษาฝรั่งเศสไม่ออกแต่ก็สัมผัสได้จากบทบรรยาย)

ปมของเรื่องหลักๆผูกติดอยู่กับเรื่องราวอันว่าด้วยเบื้องหลังอันกล้ำกลืนฝืนทนของตัวร้ายสุดคลาสสิค ว่าแท้จริงแล้วเจ้าตัวเป็นผู้ที่ถูกหักหลังจากบรรดาดัชเชสและข้าราชสำนักที่ทำให้ต้องอับอาย เพียงเพราะความแค้นในอดีตที่สั่งสมมาจากการกระทำของพ่อ จนทำให้สุดท้ายก็พบหัวนอนปลายเท้าที่ใช่ และคู่ครองที่ถูกที่ควร แต่มันกลับสายไปเสียแล้ว โลกของเขากลับต้องพังทลายลงไปในบัดดล…แม้ว่าปมของเรื่องจะมีแค่เรื่องเดียว แต่การนำเสนอในรูปแบบปกติ กลับทำออกมาได้ไม่น่าเกลียด

The Man Who Laughs

The Man Who Laughs

การถ่ายทอดอารมณ์ขุ่นมัว ความสูญเสีย และความเสียใจในโลกที่มืดบอดของชายผู้มองเห็นกับหญิงผู้รับรู้ได้จากการสัมผัสและการได้ยิน ถูกบอกเล่าออกมาได้ด้วยความมืดหม่น ในขณะที่ความสดใสแห่งโลกหลอกลวงกลับถูกสะท้อนออกมาได้อย่างผ่านฉาก สี และเสียงตามบริบทท้องเรื่อง เคล้าคลึงไปกับ Score ที่บรรยายอารมณ์อันลึกซึ้งของเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี ทำให้เกิดเป็นความรู้สึกที่กัดกินหัวใจ โดยเฉพาะการสูญสิ้นที่ปรากฏมาตั้งแต่ต้นเรื่องไปจนถึงวินาทีสุดท้าย

คงต้องขอชมเชยไว้ใน ณ ที่นี้ว่า ตัวหนังจริงๆออกจะเรียบไปจนเกือบง่วง แต่เพราะการรังสรรค์องค์ประกอบล้วนแล้วแต่ออกมาให้ความรู้สึกเหมือนผู้ที่กำลังต้องมนต์สะกดอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้าใจ ที่จำเป็นต้องไม่พลาดแม้แต่วินาทีเดียว เมื่อถึงตอนจบ แอบทำเอาหยดหยาดของน้ำตาแห่งความขลังที่ฝังลึกมาตั้งแต่ต้นเรื่อง พลันร่วงลงหยดติ๋งๆจนต้องปรบมือให้กับการถ่ายทอดที่เปี่ยมไปด้วยพลังเลยทีเดียว

The Man Who Laughs

The Man Who Laughs

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่รู้สึกลังเลว่าจะไปชมภาพยนตร์ “รักเศร้าเคล้าโศก” อย่าง The Man Who Laughs ปาฏิหาริย์รักจากโจ๊กเกอร์ อันนี้คงต้องบอกว่า หากคุณชอบเนื้อเรื่องประเภท Romeo & Juliet เป็นทุนเดิมอยู่แล้วและกำลังมองหาภาพยนตร์คลาสสิคที่ถูกนำมาทำใหม่นั้น แนะนำว่าต้องไม่ควรพลาดภาพยนตร์เรื่องนี้ค่ะ…แต่เดี๋ยวก่อน สิ่งที่แอบผิดหวังนิดหน่อยคือการตั้งชื่อเรื่องภาษาไทยนะคะ เพราะว่าตอนจบคิดว่าการจุมพิตจะสามารถช่วยให้นางเอกฟื้นคืนชีพได้ค่ะ…

By.. Benze La Divas

We Are Divas (Movie And Music Update)

…บทวิจารณ์ ตั้งวง “เมื่อ เนติวิทย์ วิจารณ์ความพินาศของสังคมไทย” 6.5 เต็ม 10…

ใบปิด ตั้งวง

ใบปิด ตั้งวง

หลังจากที่ได้ไปชม ตั้งวง ภาพยนตร์แนว Coming Of Age สัญชาติไทยมาหมาดๆ ส่วนตัวแล้วบอกได้ไม่เต็มปากว่าดีหรือไม่ดี แต่หากจะถามว่าชอบไหม อันนี้คงต้องบอกว่าเฉยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับว่าต้องด่า เพราะในตัวเรื่องมีอะไรแฝงอยู่เยอะเหมือนกัน

การเดินเรื่องตั้งแต่เริ่มต้น เรียกได้ว่าพยายามเดินเรื่องด้วยการใช้ความไร้และร้ายเดียงสาของเด็ก 3 ประเภท ประกอบไปด้วยเด็กเนิร์ดอีโก้สูงปรี๊ด 2 คน นักกีฬามือฉมัง และนักเต้น Cover K-Pop ที่อยากจะทำตามความฝันของตัวเอง จึงต้องพึ่งพาการบนบานศาลกล่าว ตามแบบฉบับโบร่ำโบราณ ทั้งที่ไม่เคยเชื่อมาก่อน โดยบนเอาไว้ว่า ถ้าหากทำอย่างนั้นอย่างนี้สำเร็จก็ “จะรำแก้บน” ซึ่งเนื้อเรื่องโดยรวมไม่มีการผูกปมหลักมากมายให้คิด แค่พอแตะนั่นนี่ให้กระแทกใจตามไป การปูเรื่องหลักจึงดูเหมือนพยายามนำเสนอแค่ว่า เด็กนักเรียนหัวโจกเหล่านี้มันจะแก้บนกันอย่างที่บอกไว้กับพ่อปู่หรือไม่ ตลอดการดำเนินเรื่อง จึงถูกสอดแทรกความตลก ความสดใส ความมีอีโก้ ความคิดตามแบบฉบับของวัยรุ่นไทย ไปจนถึงเหตุการณ์ชุลมุนเสื้อแดงเผาห้างที่โผล่มาแบบประปราย และการเติบโต มาช่วยให้ตัวเรื่องยืดยาวไปตามระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น

ตัวหนัง เมื่อมองผ่านๆ เรียกได้ว่ามีการสะท้อนวัฒนธรรมไทยผ่านมุมมองของวัยรุ่นที่กำลังเติบโต ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ ว่าปัจจุบันนี้ สิ่งที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของบ้านเราที่แท้จริงกำลังถูกลบเลือนไปด้วยวัฒนธรรมที่เข้ามา จนแม้กระทั่ง “การตั้งวง” วิธีที่เป็นพื้นฐานของการรำ ก็กลายเป็นเรื่องยากและถูกละเลยไป อีกนัยหนึ่งกลับพยายามเสียดสีสังคม ด้วยการบอกเล่าว่า ต่อให้บ้านไหนๆที่ไม่เชื่อเรื่องราวของไสยศาสตร์ สุดท้ายแทบทุกหลังคา ก็ต้องการที่พึ่งพาทางใจ จึงต้องมาลงเอย ณ ที่จุดๆเดียวกัน แต่ก็กลับลืมไปราวกับเรื่องที่ไม่จำเป็น และไม่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันเลยแม้แต่น้อย จุดเด่นของเรื่องจึงมีอะไรหลักๆเพียงแค่ไม่กี่อย่าง นอกจากการพยายามเสียดสีสังคม และประเด็นร้อนหลายๆอย่างที่เป็นเหมือนลมหายใจให้กับประเทศไทย….ซึ่งหากใครทำอะไรแบบไทยจริงเรื่องปิ้งย่าง ก็จะถูกมองราวกับตัวประหลาดได้นะเออ

ตั้งวง

ตั้งวง

การบอกเล่าเรื่องราวที่ต้องแอบชมคือการนำเสนอตัวละครแบบ ยอง (เด็กเนิร์ด) ที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนกับตัวละครที่ถูกถอดแบบออกมาจาก เนติวิทย์ หรือ เด็กไทยหลายต่อหลายคนที่มีความต้องการจะปลดแอกจากนามธรรมที่ไม่มีตัวตนอยู่จริงนอกจากคำว่าบรรทัดฐานที่ถูกสร้างขึ้นมาหล่อเลี้ยงสังคม ซึ่งในใจขณะที่ได้ชม กลับมีความรู้สึกชื่นชม และต่อต้านไปในเวลาเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งที่ชอบคือการพยายามนำเสนอความพินาศของสังคมไทย ที่ทุกวันนี้กำลังค่อยๆย่อยยับลงไปเรื่อยๆแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยปิดจบด้วยการพิพากษาความเพลี่ยงพล้ำ ที่ดันไปมีเอี่ยวกับการสลายการชุมนุม ซึ่ง…หนังบ้านเราแทบจะไม่มีเรื่องไหนพูดถึงสิ่งเหล่านี้เลย นอกจากผู้กำกับที่บ้าดีเดือดและระห่ำพอเท่านั้น

ตั้งวง

ตั้งวง

การนำเสนอภาพรวมคงต้องบอกว่า ตั้งวง เป็นหนังแนว Coming Of Age ที่ทำออกมาได้ไทยมาก แต่ก็ไม่ได้เข้าขั้นไทยจ๋า เนื้อหาและเนื้อเรื่องน่าสนใจในระดับโอเค แต่การนำเสนอส่วนตัวแล้วอาจจะรู้สึกว่ายังไม่ถึงขั้น เพราะไม่ได้ขำไปกับบริบทความฮาที่ตัวเรื่องพยายามจะยัดเยียดให้เลยแม้แต่น้อย ตัวนักแสดงไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรมากมาย ทำให้ตัวหนังแอบดรอปความน่าสนใจลงมาเยอะพอสมควรจึงคิดว่าหนังไม่น่าที่จะทำเงิน

สุดท้าย ถ้าหากจะต้องพูดถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ คงต้องบอกว่า แม้ตัวหนังจะไม่สามารถทำเงินได้มากมายก่ายกอง เพราะไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก แต่ถ้าหากว่าไปชมแล้ว ให้จินตนาการถึงความหมายของ บันเทิงคดี อิงบริบทปัจจุบัน นั่นก็จะทำให้เรารู้สึกโอเคไปกับมันแล้วค่ะ

By… Benze La Divas

We Are Divas (Movie And Music Update)

…บทวิจารณ์ จิตสัมผัส 3D “ผีหวงผัว VS ผีที่ตายไม่รู้ตัว และยุคบุกเบิกของ 3D” 6 เต็ม 10…

ภาพใบปิดจาก จิตสัมผัส 3D

ภาพใบปิดจาก จิตสัมผัส 3D

ใครบางคนอาจจะกำลังลังเลใจที่จะไปชมภาพยนตร์สยองขวัญสัญชาติไทยเรื่อง จิตสัมผัส3D กันอยู่ เพราะว่านอกจากจะมองเห็นความสะพรึงในตัวอย่างที่ออกมาแล้ว ยังมีระบบ 3 มิติที่ยังค้ำคอพ่วงมาเรียกความตื่นเต้นด้วย ดังนั้น การเขียนบทวิจารณ์ในครั้งนี้จะเป็นการพูดถึงข้อดีข้อเสียแบบรวบยอดของเรื่องที่น่าจะพอทำให้ทุกคนสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะไปชมหรือไม่ค่ะ

เมื่อพูดถึงการเดินเรื่องแล้ว จิตสัมผัส 3D สามารถเปิดเรื่องได้ดี โดยเฉพาะการเน้นเรื่องความสามารถของพระเอกที่มีจิตสัมผัสรับรู้อนาคตและกรรมที่ตามติดผู้อื่นได้ ก่อนจะเชื่อมเรื่องเข้าสถานการณ์ปัจจุบันที่ดำเนินไปแบบลุ่มดอนๆ ซึ่งปมต่างๆที่ค่อยๆปล่อยออกมานั้นมีความซับซ้อนมากพอสมควร แม้จะสามารถเดาในหลายๆส่วน เพราะตัวเรื่องถูกออกแบบมาตามแบบฉบับของหนังผีไทยๆ ที่ลงเอยด้วยจุดจบคล้ายๆกัน แต่โดยรวมสามารถโยงเรื่องได้มีความสนใจและกระตุ้นต่อมค้นหาความจริงที่ว่า สรุปแล้วทำไมผีที่โผล่มาทำให้เกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นเรื่องจึงเกี่ยวกับ “แก้ว” และทำไมจึงต้องเป็น “จุ๋ม” ที่ตกเป็นเหยื่อ

อย่างที่เกริ่นไว้ด้านบน ปมหลายๆอย่างถูกผูกมาให้มีความซับซ้อน ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆแล้ว จิตสัมผัส 3D แอบมีความคล้ายกับภาพยนตร์เรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ เล็กๆ แต่ต่างกันเพียงแค่ว่าการเผยปมปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวพระเอกนั้น ถูกเผยในช่วงท้ายเรื่อง ซึ่งต่างกับ ชัตเตอร์ ที่เผยไว้ในช่วงกลางเรื่อง ก่อนจะลงเอยด้วยบทสรุปเดียวกันนั่นก็คือ พระเอกเกือบตาย..แต่ก็ไม่ตาย แม้ตอนจบของ จิตสัมผัส จะแอบเซอร์ไพรส์ในความซับซ้อนเล็กๆ แต่ก็ไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่ามีอะไรที่สดใหม่มากมาย

จิตสัมผัส 3D

จิตสัมผัส 3D

ในส่วนของนักแสดง ต้องบอกว่าขอชม ญาญ่าหญิง สำหรับการแสดงที่เรียกได้ว่าตีบทแตก และเล่นได้สมบทของผีหวงผัว ที่แย่งชิงคนรักมาจากเพื่อนเลิฟในอดีตได้เป็นอย่างดี ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสีหน้าของเธอ เหมาะกับบทที่ได้รับด้วย มันจึงสามารถ IMPACT ในความรู้สึกลึกๆได้ (และโดยเฉพาะจากเสียงร้องในบทเพลงประกอบภาพยนตร์ที่โหยหวนได้ใจ จนเรียกได้ว่าถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้สมบูรณ์แบบ) ในขณะเดียวกัน มายด์-วิรพร ที่มารับบทเป็นแก้ว ยังแสดงออกมาได้ไม่ดีมากพอเมื่อเทียบกับนักแสดงภาพยนตร์ไทยหน้าใหม่ๆ โดยเฉพาะ ปันปัน ที่ผลงานออกจะดูโดดเด่นกว่าอยู่หลายต่อหลายขุมเลยทีเดียว

อารมณ์ของเรื่องแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างความตลกกับความน่ากลัว ซึ่งความน่ากลัวเหล่านี้ไม่ได้มาจากผีโดยตรง แต่มาจากเสียง ตึงตังที่อาจจะมากเกินความพอดีไปหน่อย และตรงกันข้ามกับหน้าตาของผีที่ไม่มีความน่ากลัวเลย…ในขณะเดียวกัน กลับใช้อารมณ์ขันเข้ามาจัดเต็มตามสไตล์ของผู้กำกับ ก็ยิ่งทำให้ตัวหนังดูเหมือนโฟกัสไปที่ความฮาเป็นหลัก

จิตสัมผัส ยังคงฟอร์มเดิมของหนังไทยโดยเฉพาะการขายของหรือการติดป้ายผู้สนับสนุนยักษ์ใหญ่เสียจนน่าเกลียด ซึ่งความจริงหากพูดถึงตัวหนังไทยโดยรวม…ภาพยนตร์ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่มีผู้สนับสนุนด้วยกันทั้งสิ้น แต่อยู่ที่ว่าความอล่างฉ่างของการนำเสนอจะแย่มากหรือน้อยเพียงใด…อย่างในเรื่องนี้ สิ่งที่รับไม่ได้เลยคือการมีป้ายบิลบอร์ด “ไทยประกันชีวิต” ส่องสว่างจังก้าท้าแดดท้าลมอยู่ริมระเบียง จนสร้างความสนใจเกินหน้าเกินตานักแสดง แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีฉากที่ “เจต” กับ “แก้ว” อยู่ในห้องด้วยกัน แล้วเห็นภาพสะท้อนจากป้ายที่ว่าเมื่อกี้ราวกับว่าเป็นวิญญาณแห่งป้ายไฟชูช่อ ซึ่งเดี๊ยนขอบอกว่าไม่ไหวจะเคลียร์

จิตสัมผัส 3D

จิตสัมผัส 3D

เรื่องสุดท้ายที่จะขอพูดถึงคือ…กราฟฟิคในเรื่องยังไม่ดีมากพอ และหากต้องพูดแบบตรงไปตรงมาก็คือ ไม่จำเป็นต้องมีการถ่ายทำในระบบ 3 มิติเพื่อให้แค่ฉากของตก คนหล่นจากสะพานไม่กี่ฉากดูสมจริง เพราะว่าผลลัพธ์ที่ออกมาคือ คุณอาจจะยังทำข้อสอบตรงนี้ไม่ผ่าน เพราะมันไม่ได้สมจริงที่จะทุ่มงบขนาดนั้น

สุดท้าย…เกือบลืมบอก จิตสัมผัส 3D ถือเป็นภาพยนตร์อีก 1 เรื่องที่กล้าได้กล้าเสียด้วยการยอมเสียดสีความจริงของสังคมไทยมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของอำนาจเงินตราที่มีมูลค่าสูงกว่าชีวิตคน จากประโยคคำพูดระหว่างการพบกันครั้งแรกของ “เจต” และ “แก้ว” ที่ว่า… “ประเทศนี้ถ้าคุณมีเงิน คุณก็ไม่จำเป็นต้องติดคุกหรอก”…และยังมีประโยคกับบริบทอื่นๆอีกมากมายที่ต้องลองไปสัมผัสกันเองในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคมนี้เป็นต้นไปค่ะ…และแน่นอนว่าเพลงเพราะมาก ชอบ!!

By… Benze La Divas

We Are Divas (Movie And Music Update)