Tag Archives: Tom Cruise

…สาวก Tom Cruise เตรียมรอชม Mission Impossible ใหม่…

Mission Impossible

Mission Impossible

 ฮอลลีวูด, แคลิฟอร์เนีย (5 สิงหาคม ปี 2013) –พาราเมาท์ พิคเจอร์สและสกายแดนซ์ โปรดักชันส์ ได้ประกาศในวันนี้ว่า คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รีย์จะเป็นผู้กำกับ MISSION: IMPOSSIBLE ภาคต่อไป

แม็คควอร์รีย์จะเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้จากบทภาพยนตร์โดยดรูว์ เพียร์ซ โดยมีทอม ครูซ กลับมารับบทสำคัญ อีธาน ฮันท์ ผู้เป็นที่รู้จักของผู้ชมเป็นครั้งแรกในปี 1996 โปรเจ็กต์นี้จะอำนวยการสร้างโดยครูซผ่านทางทอม ครูซ โปรดักชันส์, พาราเมาท์และแบ๊ด โรบอทของเจ.เจ. อับรามส์ ผู้รับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างในภาคก่อนๆ ของแฟรนไชส์เรื่องนี้ สกายแดนซ์ โปรดักชันส์ ผู้รับหน้าที่ผู้ร่วมสนับสนุนเงินทุนและผู้ควบคุมงานสร้างของภาคล่าสุด จะร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับทีมงานในกระบวนการพัฒนาและการถ่ายทำ

“ผมตื่นเต้นที่ได้กลับมาร่วมงานกับคริสอีกครั้งสำหรับภาคล่าสุดในแฟรนไชส์ Mission ครับ” ครูซกล่าว “ผมเริ่มอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยเป้าหมายที่ว่า ผู้กำกับแต่ละคนที่มีวิสัยทัศน์ของตัวเองจะเป็นผู้กำกับแต่ละภาค คริสเป็นผู้กำกับที่พิเศษสุด ที่จะนำเสนอแอ็กชันและความลุ้นระทึกชวนหัวใจเต้นรัว ในแบบที่ผู้ชมคาดหวังจากแฟรนไชส์ Mission: Impossible ครับ”

อดัม กู๊ดแมน ประธานพาราเมาท์ ฟิล์ม กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “แฟรนไชส์เรื่องนี้พิเศษสุดด้วยผู้กำกับที่เป็นเอกลักษณ์ของเรื่อง และคริส แม็คควอร์รีย์ก็รักษาธรรมเนียมนี้ให้คงอยู่ต่อไปครับ”

เมื่อเร็วๆ นี้ แม็คควอร์รีย์ได้เขียนบทและกำกับ “JACK REACHER” สำหรับพาราเมาท์ และสกายแดนซ์ โดยมีครูซรับบทนำ จากนิยายโดย ลี ไชลด์ นักเขียนเบสต์เซลเลอร์ของนิวยอร์ก ไทม์ ผลงานเขียนบทของเขายังรวมถึง “EDGE OF TOMORROW” และภาพยนตร์ปี 2008 เรื่อง “VALKYRIE” ที่นำแสดงโดยครูซทั้งสองเรื่อง รวมถึง “THE USUAL SUSPECTS” ที่ทำให้เขาได้รับรางวัลอคาเดมี อวอร์ดสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 1995

“MISSION: IMPOSSIBLE – GHOST PROTOCOL” ภาคสี่ของแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกเรื่องนี้ ทำรายได้เกือบ 700 ล้านเหรียญทั่วโลกและกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในอาชีพนักแสดงของครูซจนถึงปัจจุบัน

แฟรนไชส์ “MISSION: IMPOSSIBLE” ทำรายได้ไปกว่าสองพันล้านเหรียญทั่วโลก ทำให้มันเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย: United International Pictures (Thailand)

Advertisements

…5 อันดับหนังดัง(เว่อร์) ที่ไม่น่าดัง…

ทุกวันนี้การชมภาพยนตร์แต่ละเรื่องนั้น หลายๆคนมักจะชมเอาความบันเทิงและเนื้อหาสาระอันแปลกใหม่ แต่กระนั้นก็อยู่ภายใต้ของขอบเขตของวัตถุประสงค์ที่ว่า “เพื่อความบันเทิง” อยู่ดี และความบันเทิงเหล่านี้ ก็ทำให้รายได้ที่บรรดาคนทำหนังได้รับไปนั้น มากมายมหาศาลจนเรียกได้ว่า แม้แก่นสารจะไม่มากปริมาณเท่าความรื่นรมย์..แต่หนังก็ขายได้อยู่ดี วันนี้จึงขอรวบรวมเอา 5 หนังที่จัดว่าประสบความสำเร็จ แต่ไม่น่าจะตลาดแตกตามความคิดเห็นส่วนตัว มาให้ได้อ่านกันค่ะ ส่วนจะมีอะไรบ้าง ลองไปติดตามกันได้เลย

 ________________________________________________

อันดับ 5 Fast & Furious 6

ก่อน FF 6 จะเข้าฉายอย่างเป็นทางการ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นอีก 1 เรื่องที่หลายต่อหลายคนตั้งตารอคอยมานานแสนนาน ตั้งแต่เริ่มมีกระแสด้านการถ่ายทำ และเมื่อถึงเวลาพรีเมียร์ มันก็สามารถทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 ได้ในหลากหลายประเทศตามที่คาดการณ์กันไว้ด้วยศักดินาของคำว่าหนัง Blockbuster นั่นเองค่ะ แต่กระนั้น เมื่อมองเทียบกับบรรดาภาพยนตร์อื่นๆที่สร้างภาคต่อออกมาเหมือนกัน กลับรู้สึกว่า FF6 แอบเข้าข่ายการเอาของเก่ามาขายกิน ที่โครงเรื่องแม้จะสดใหม่ก็จริงอยู่ แต่โดยรวมกลับเป็นเพียงการนำเสนอฉากแอคชั่นดุเดือดขับรถวิ่งไล่กันฉิวๆบนถนน ซึ่งนอกจากสิ่งเหล่านั้น บอกได้เลยว่าหาเอาแก่นสารอื่นๆได้ยากยิ่งชีพเลยทีเดียว หลังจากดูแล้ว แม้จะตื่นตาตื่นใจไปกับฉากและบทบาทที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างลวกๆ แต่สุดท้าย ก็กลับถูกพูดถึงแค่เพียงข้ามคืนเฉพาะด้วยเรื่องความระห่ำเรื่องเดียวค่ะ

  ________________________________________________

อันดับ 4 Evil Dead ฉบับ 2013

แม้ว่าปกติแล้วจะชอบภาพยนตร์แนวเขย่าขวัญสั่นประสาทอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เน้นว่าชอบมากที่สุดใน 3 โลก แต่สำหรับ Evil Dead ส่วนตัวจะบอกว่าชอบเว่อร์ก็คงไม่ได้ เพราะแอบผิดหวังเล็กๆ และยังคิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่าที่ได้เห็นใน Trailer ฉบับเลือดสาดเสียอีกค่ะ โดยความรู้สึกหลังจากได้ลองชมจริงๆ มองว่า Evil Dead ภาคนี้ กลับกลายเป็นหนังที่ไม่ต่างจากต้มจับฉ่าย ที่หยิบเอาวัตถุดิบราคาถูก มามิกซ์แอนด์แมชตามสไตล์หนังรีเมค ที่เอาตัวอย่างมาช่วยกระชากเรตติ้งจากบรรดาคนรักหนังสยองขวัญ หรือหนังซาดิส ด้วยการใช้ตัวอย่างสุดสะพรึงเป็นตัวล่อ ราวกับเอาอมยิ้มที่มีเปลือกแสนสวย มายั่วเด็ก 3 ขวบ มากไปกว่านั้น มันยังลดความคลาสสิคที่เคยปรากฏอยู่ในภาคแรกๆไปจนสิ้น ทิ้งไว้เพียงแค่ภาพของความสะพรึง และความเสียวซ่านที่ปลายลิ้นเท่านั้น ซึ่งก็ไม่แปลกใจเลยนะคะ ที่เปิดตัวสวยงามก็จริง แต่พอสัปดาห์หลังๆ ก็ร่วงผล็อยลงไปอย่างไม่เป็นท่าค่ะ

  ________________________________________________

อันดับ 3 Oblivion

เดี๊ยนเริ่มรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ เอะอะอะไร ก็ต้องทำหนัง Sci-Fi ออกมาเรียกเงินจากบรรดาคอหนังกันตลอดตลอด ใจจริงเดี๊ยนอยากจะยกหนึ่งตำแหน่งในนี้ให้กับ After Earth นะคะ แต่ว่าแลดูมันจะไม่เปรี้ยงเท่า Oblivion ซึ่งส่วนตัวแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นแค่หนังไซไฟตลาดทั่วไป ที่สามารถชมได้แบบเพลินๆฆ่าเวลาที่สุดแสนจะว่างเกินไปได้ ภาพและเอฟเฟคล้วนทำออกมาได้โอเคในระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับเลิศเว่อร์ และก็ไม่ได้แย่กะโหลกกะลามากมาย ซึ่งหลายคนอาจจะชื่นชอบ เพราะกอบโกยความบันเทิงไปได้ล้นเหลือ ในขณะที่เดี๊ยน “ก็ชอบนะ” แต่ว่าเราลองมาคิดเล่นๆว่า ถ้าหาก Oblivion ไม่ได้ขาย Tom Cruise หรือเอาดาราดังๆมาเล่น คนจะอยากดูกันมากเท่านี้หรือปล่าว และถ้าว่ากันไปแล้ว เนื้อหาของหนังเรื่องนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย นอกจากการขาย Visual Effect กับนักแสดงนำที่เป็นตัวตั้งตัวตีเป็นสัญลักษณ์ทางการค้า ที่ถูกเลือกมาอย่างชาญฉลาดก็เท่านั้นเองค่ะ

  ________________________________________________

อันดับ 2 Pacific Rim

ต่อกันที่ภาพยนตร์ Sci-Fi อีกเรื่องอย่าง Pacific Rim ที่เพิ่งเข้าฉายไปไม่นาน จนได้กระแสตอบรับที่ดีอย่างยิ่งในหลากหลายประเทศทั่วโลก ยกเว้นประเทศสหรัฐอเมริกาที่รายได้ไม่ค่อยจะสู้ดีนักค่ะ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นอีก 1 เรื่องที่เดี๊ยนเองชื่นชอบในเรื่องของการนำเสนอด้วย Affect สุดตระการตาที่ Impact ในความรู้สึกได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน เดี๊ยนกลับเริ่มมองไม่เห็นความสดใหม่ของเนื้อเรื่อง ที่เป็นเหมือนการจับอุลตร้าแมนและก็อตซิลล่ามาบูรณะเสียใหม่จนก่อเกิดเป็นหุ่นเหล็กเจเกอร์ส และปีศาจไข่จู๋ในแบบฉบับของฮอลลีวูดจ๋า 2013 ในขณะเดียวกัน เนื้อเรื่องก็ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นถึงทางตันของนวัตกรรมภาพยนตร์ไซไฟสมัยใหม่ ที่พยายามจับนั่นนิดนี่หน่อยมาใส่ไว้ แล้วก็กลายเป็นหนังเรื่องใหม่ที่แทบไม่ต้องใช้เวลามากมายในการคิดค้น เพียงเพราะแค่ภาพที่ออกมาอลังการ ก็กินขาด เรียกเงินได้เป็นกอบเป็นกำ หลายต่อหลายล้าน เพราะเข้าตาคอหนังที่รักความเป็นสมัยนิยมค่ะ และยิ่งตอนนี้ได้ข่าวมาว่าจะมีการสร้างภาคต่อ เดี๊ยนเอง ก็เริ่มแอบจิ้นว่า มันจะเอาเรื่องราวมาจากไหนอีก เพราะว่าภาคแรกมันก็จบทุกอย่างไปแล้ว ก่อนจะแอบจิ้นต่อไปว่าถ้ามีภาคหน้า มันจะกลายเป็นหุ่นยนต์หลากสีที่มารวมร่างกันหรือปล่าวก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ

  ________________________________________________

อันดับ 1 พี่มาก พระโขนง

พูดถึงหนังฝรั่งไปก็เยอะแล้ว ขอปิดท้ายด้วยหนังไทยของเราบ้างก็แล้วกันนะคะ กับหนังเรื่อง พี่มาก..พระโขนง ภาพยนตร์ที่กอบโกยรายได้ไปมากที่สุดในประวัติศาสตร์หนังบ้านเราจนกลายเป็นที่พูดถึงกันในต่างประเทศ ส่วนตัว ไม่ได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรงอย่างคนอื่นตามกระแสไวรัลหรอกนะคะ แต่ได้ลองชมหลังจากออกมาเป็นแผ่นแล้วต่างหากค่ะ ก่อนชมได้ยินกระแสมาว่าสนุกนักหนา ฮาจนน้ำตาเล็ด แถมเนื้อเรื่องยังเปรี้ยวจี๊ดเข็ดฟันกินใจเว่อร์วี แต่ภายหลังจากที่ได้ชมแล้ว อันนี้คงต้องบอกค่ะว่า เนื้อหาบางส่วนแอบกินใจ โดยเฉพาะฉากเข้าพระเข้านางที่หวานจนแอบจิ้นไปว่าซักวันหนึ่ง เดี๊ยนจะต้องหาผัวแบบนี้บ้าง แต่สุดท้าย เมื่อรวบรวมสติสัมปะชัญญะได้ทั้งหมด ก็กลับรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ แอบตายด้าน!! เพราะว่ามุขที่ถูกสอดแทรกเอาไว้ในทุก Dialogue ล้วนแล้วแต่เคยมีมาก่อนหมดแล้ว โดยเฉพาะ 4 กุมารจากหนังผีตระกูล “แพร่ง” ที่พยายามจะงัดมุขสุดโบราณออกมาใช้ประดุจกับว่ามันยังคงใหม่และหอมหวนกลิ่นอายของขนมปังที่เพิ่งออกจากเตาอบในยามเช้า…แต่จริงๆมันเริ่มหมดอายุไปแล้ว ในขณะเดียวกัน บทสรุปของเรื่อง ก็กลับออกมาแบบ Over There จนไม่ค่อยน่าโสภานัก โดยเฉพาะฉากแม่นาคสวมบทสไปเดอร์แมนยางยืดหยิบค้อนมาตอกตะปูอุดรอยรั่วบนหลังคาวัด ซึ่งเดี๊ยนปลื้มและฮาไปด้วยไม่ไหวจริงๆค่ะ

  ________________________________________________

เอาเป็นว่าสุดท้ายนี้ เดี๊ยนอยากจะบอกนะคะว่า เดี๊ยนไม่ได้อยากจะใช้บทความนี้ในการโจมตีภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่เราได้ชมกันนั้น นอกจากความบันเทิงที่แน่นอนว่าทุกคนจะได้รับแล้ว ก็ยังมีทั้งข้อดีและข้อติอื่นๆในตัวของมันเอง แต่อยู่ที่ว่า คุณจะมองเห็นอะไรมากน้อยเพียงใดเท่านั้นค่ะ ดังนั้น คำคอมเม้นต์ของแต่ละคน มันก็คือการแสดงความคิดเห็นในส่วนที่เราอาจจะมองเหมือนหรือมองต่างเท่านั้น ไม่ได้เป็นการตั้งแง่ว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลแต่อย่างใดค่ะ

By… Benze La Divas

We Are Divas (Movie And Music Update)

…เผย 2 ใบปิดใหม่จาก Edge Of Tomorrow…

ปล่อยกันมาแล้วกับสองภาพโปสเตอร์คาแร็คเตอร์และภาพจากหนัง จากภาพยนตร์เรื่อง Edge of Tomorrow  ผลงานการกำกับจาก  ดั๊ก ไลแมน นำแสดงโดย  ทอม ครูซ  , เอมิลี บลันต์

Tom Cruise ในโปสเตอร์ตัวละครจาก Edge of Tomorrow

Tom Cruise ในโปสเตอร์ตัวละครจาก Edge of Tomorrow

Emily Blunt ในโปสเตอร์ตัวละครจาก Edge of Tomorrow

Emily Blunt ในโปสเตอร์ตัวละครจาก Edge of Tomorrow

Edge of Tomorrow  เป็นเรื่องราวของอนาคตอันใกล้ เผ่าพันธุ์เอเลี่ยนรวมกลุ่มกันแบบรังผึ้งที่เรียกว่า มิมิค มาบุกโจมตีโลกอย่างไม่หยุดยั้ง ทำลายเมืองจนแหลกสลายและทิ้งให้ผู้คนนับล้านต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็น ไม่มีกองทัพใดในโลกใบนี้จะมีความเร็วทัดเทียม มีความโหดร้ายหรือรู้เรื่องนักต่อสู้ มิมิค ที่ทรงอานุภาพ หรือแม้แต่ผู้บัญชาการที่มีพลังโทรจิตมาก่อนก็ตาม แต่บัดนี้กองทัพของโลกเราได้รวมกองกำลังเพื่อยืนหยัดปกป้องโลกเป็นครั้งสุดท้ายจากฝูงเอเลี่ยนอย่างไม่มีโอกาสแก้ตัว

Edge of Tomorrow จะเข้าฉายในบ้านเราเดือนมิถุนายน 2014

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย Warner Bros. Thailand

…เผยข้อมูลฉบับเต็มพร้อมใบปิดแรกของ Edge of Tomorrow…

Edge of Tomorrow

Edge of Tomorrow

ปล่อยมาให้ได้เห็นกันแล้ว กับภาพทีเซอร์โปสเตอร์ที่จะไปโชว์ที่งาน Comic-Con 2013 จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Edge of Tomorrow ที่จากเดิมภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้ชื่อว่า All You Need is Kill มหากาพย์ภาพยนตร์ไซไฟทริลเลอร์  ที่ได้นักแสดงนำมากฝีมืออย่าง  ทอม ครูซ  , เอมิลี บลันต์  ผลงานการกำกับของ ดั๊ก ไลแมน  ที่เคยฝากผลงานการกำกับมาแล้วอย่าง (“The Bourne Identity,” “Mr. & Mrs. Smith”)

Edge of Tomorrow  เป็นเรื่องราวของอนาคตอันใกล้ เผ่าพันธุ์เอเลี่ยนรวมกลุ่มกันแบบรังผึ้งที่เรียกว่า มิมิค มาบุกโจมตีโลกอย่างไม่หยุดยั้ง ทำลายเมืองจนแหลกสลายและทิ้งให้ผู้คนนับล้านต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็น ไม่มีกองทัพใดในโลกใบนี้จะมีความเร็วทัดเทียม มีความโหดร้ายหรือรู้เรื่องนักต่อสู้ มิมิค ที่ทรงอานุภาพ หรือแม้แต่ผู้บัญชาการที่มีพลังโทรจิตมาก่อนก็ตาม แต่บัดนี้กองทัพของโลกเราได้รวมกองกำลังเพื่อยืนหยัดปกป้องโลกเป็นครั้งสุดท้ายจากฝูงเอเลี่ยนอย่างไม่มีโอกาสแก้ตัว

Edge of Tomorrow จะเข้าฉายในบ้านเราเดือนมิถุนายน 2014

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย: Warner Bros. (Thailand)